MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ

วันก่อนขณะที่ผมนั่งเล่น Twitter อยู่ตอนกลางดึก ผมลองนึกเล่นๆ ดูว่าถ้าผมจะนำ Twitter มาใช้ต่อยอดให้เกิดรายได้ขึ้นมา ผมจะทำอะไรได้บ้าง?
ความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในสมองก็คือการขายโฆษณาที่แฝงไปกับข้อความที่ผม tweet ออกไป คนที่อ่านข้อความของผมก็จะได้รับสารจากโฆษณาไปด้วย
ก่อนอื่นต้องขออธิบายอย่างง่ายๆ ว่า Twitter คืออะไร เผื่อหลายคนยังไม่รู้จัก
Twitter คือบริการที่ใช้สำหรับเขียนบล็อกแบบสั้นๆ หรือที่เรียกว่า Micro-blogging โดยที่ข้อความในแต่ละ entry จะมีความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อความที่ผู้ใช้เขียนลงไปก็มักจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ?What are you doing?? หรือตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่?

ผมเคยเขียนบทความเรื่องการโฆษณาผ่าน Twitter ไว้เมื่อปีที่แล้ว (อ่าน Twitter Advertising โฆษณาแบบเรียลลิตี้สู่สายตาแฟนคลับ) ซึ่งในวันนี้ โฆษณาในรูปแบบใหม่ผ่านทาง Twitter ก็เกิดขึ้นจริงแล้วครับ
ผู้นำเสนอข่าว : marketingbyte วันที่ จันทร์, 07/07/2008 - 07:24
? ไอดีซี ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาด ได้ส่งผลการสำรวจโฆษณาออนไลน์ในภูมิภาคเอเชีย โฆษณาทางอินเตอร์เน็ตถูกมองว่าเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลได้ครบถ้วน แต่ค่อนข้างมีจุดอ่อนในเรื่องการกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อจากผู้บริโภค
โดยเฉลี่ยแล้วมากกว่า 60% ในกลุ่มผู้บริโภคระบุว่าโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต สามารถให้ข้อมูลข่าวสารได้ครบถ้วนและมากกว่าการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์และ สื่อสิ่งพิมพ์ แต่เมื่อพิจารณาพฤติกรรมหลังจากนั้นแล้ว ผลการสำรวจได้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคมีแนวโน้ม ที่จะเรียกหาการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ซึ่งมีความเพลิดเพลินมากกว่า และทำให้มีความต้องการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในโฆษณามากกว่า

Youtube กับ การเมือง
YouTube ยังคงเป็นอะไรดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตของสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี
YouTube จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเรื่องของการตัดสินว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2008 นั้นผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็มีทั้งการใส่คลิปที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับผู้สมัครที่กำลังได้คะแนนนำ หรือ การใส่คลิปเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้สนับสนุนของผู้สมัครเข้าไปในเว็บ YouTube นั่นเอง
โอลิมปิก ที่ ปักกิ่ง
เหตุการณ์ในปี 2008 ที่สำคัญ ๆ ก็คือเรื่องของการจัดการแข่งขัน Olympic ที่ปักกิ่ง และ การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สองเหตุการณ์ใหญ่ๆ นี้แหละครับที่จะมีส่วนทำให้อุณหภูมิของการโฆษณาออนไลน์ประทุขึ้นอีกครั้ง

Online Ad Spending : การใช้จ่ายสำหรับโฆษณา ออนไลน์
การใช้เงินในการทำโฆษณาออนไลน์ของสหรัฐอเมริกาจะมียอดการใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆมา ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม ด้วยการต้องใช้เงินให้รัดกุมมากขึ้น ดังนั้นนักการตลาดจะหันมาสู่การโฆษณาออนไลน์มากขึ้น เพราะว่าการทำโฆษณาออนไลน์นั้นนักการตลาดสามารถทำการวัดผลของการทำโฆษณาที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าการโฆษณารูปแบบเดิม ๆ นั่นเอง
การทำโฆษณาออนไลน์ด้วยวิดีโอ
การขยายตัวของการทำโฆษณาออนไลน์ด้วย วิดีโอนั้นคาดการณ์กันว่าจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 74% ในปี 2008 (ลดลงจากปี 2007 ซึ่งอยู่ที่ 89%) ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 1.35 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ในปี 2008 วิดีโอออนไลน์ จะเพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้ที่เป็นมืออาชีพ เช่นเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ และ จากบุคคลทั่วไป

นักการตลาดออนไลน์ ได้คาดการณ์เกี่ยวกับการตลาดบนโลกออนไลน์ในปี 2551 ออกมาครับ ซึ่งครอบคลุมทั้งการทำโฆษณา, วิดีโอโปรโมท, social networks, e-commerce และ เรื่องของความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ ครับ นักการตลาดออนไลน์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การทำโฆษณาออนไลน์ จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐได้ ซึ่งจะมีผลในการช่วยให้สหรัฐฝ่าฟันกับพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำอยู่นี้ไปได้ และนอกจากนี้ ยังกล่าวกันอีกด้วยว่า Youtube นี่แหละ จะแสดงผลการตัดสินสำหรับการเลือกตั้งได้
มาดูกันคร่าว ๆ ก่อนครับว่า 10 คำทำนาย ฟันธง การตลาดออนไลน์ปี 2008 มีอะไรกันบ้าง
1. โฆษณาออนไลน์ยังจะกลับคึกคักมากกว่าปี 2007 แน่นอน
2. การตลาดด้วยการทำวิดีโอนั้นก็จะมีอัตราการใช้งาน พอ ๆ กับปี 2007
3. การโฆษณาใน Social-network จะมีมูลค่าขึ้นไปถึง 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
7 Tips for New Year Advertising
โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
สำหรับใครที่ต้องการทำกำไรในการโฆษณาสินค้าช่วงสิ้นปี วันนี้ผมก็มีเทคนิคดีๆมาฝากกันครับ ซึ่งเชื่อว่าคงจะทำให้หลายๆคนหายปวดหัวว่า จะต้องเลือกทำโฆษณาสินค้าแบบไหนดีครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูกันเลยดีกว่าครับว่า สินค้าที่น่าจะทำโฆษณาช่วงสิ้นปีนี้ มีอะไรบ้าง
1. โฆษณาสินค้าประเภท Consumer Products
หรือก็คือ ทำโฆษณาสินค้าที่คนทำการซื้อขายกันทั่วไป ไม่จำเป็นต้องซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่า คนจำนวนมากนั้น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับการทำธุรกิจอินเตอร์เน็ต ทุกคนเพียงแค่ต้องการเข้ามาซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ต เพราะว่ามีราคาถูกกว่าสินค้าตามร้านทั่วไป รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาในการสั่งซื้อครับ
ผู้นำเสนอข่าว : Pawoot วันที่ อาทิตย์, 27/05/2007 - 10:03
นักการตลาดสหรัฐเล็งโลกออนไลน์ เชื่อเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างแบรนด์ได้ในราคาที่หลากหลาย ชูจุดเด่นเป็นสื่อเพื่อการตลาดยุคใหม่ที่ยืดหยุ่น-โต้ตอบกับลูกค้าได้ตรงกลุ ่ม พร้อมทั้งคาดการณ์อัตราการเติบโตของธุรกิจโฆษณาออนไลน์นี้จะยังคงเพิ่มสูงต่ อไป
กลายเป็นธุรกิจที่ห่างไกลจากคำว่า "อิ่มตัว" ไปเสียแล้ว กับวงการโฆษณาผ่านทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเส้นทางหลักของการบริโภคข่าวสาร สาระ ความบันเทิง ของผู้บริโภคยุคใหม่ไปแล้วเรียบร้อย และทำให้อุตสาหกรรมโฆษณาเริ่มลืมตาอ้าปากได้มากขึ้นกับรายได้โฆษณาที่ไหลบ่า เข้ามาในวงการนี้

ในระยะหลัง สงครามการซื้อธุรกิจที่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์ได้เป็นข่าวดังอยู่เรื่อยๆ
เรามาดูกันว่า โดยหลักๆแล้ว มีใครซื้ออะไรกันไปบ้าง
ปี 2003 เดือนเมษายน
Google ซื้อ Applied Semantics ซึ่งเป็นพื้นฐานของ Adsense ในระยะต่อมา
มูลค่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2006 เดือนมกราคม
Google ซื้อ dMarc Broadcasting ระบบโฆษณาอัตโนมัติ
มูลค่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2006 เดือนเมษายน
Microsoft ซื้อ Massive ธุรกิจโฆษณาบนเกม
มูลค่า กว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2006 เดือนเมษายน
Yahoo ซื้อ Adinterax
มูลค่า ไม่เปิดเผย
ปี 2007 เดือนกุมภาพันธ์
Google ซื้อ AdScape ธุรกิจโฆษณาบนเกม
มูลค่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2007 เดือนเมษายน
Google ซื้อ DoubleClick
มูลค่า 3 พัน 1 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ
Yahoo ซื้อ RightMedia
มูลค่า 680 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปี 2007 เดือนพฤษภาคม
WPP Group ซื้อ 24/7 Real Media
มูลค่า 649 ล้านเหรียญสหรัฐ
Microsoft ซื้อ aQuantive
มูลค่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ที่มา - Mashables.com

หลังจากที่ได้เขียนเรื่อง <Google ซื้อ DoubleClick ด้วยเงินสดมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญ นี่คือราคาที่สมเหตุสมผล หรือเป็นราคาที่ต้องการเอาชนะ Microsoft กันแน่?> ซึ่งจะช่วยให้ทุกท่านเห็นภาพของการเคาะราคาอย่างมีที่มาที่ไป ได้เข้าใจว่าทำไม Microsoft ถึงแพ้ ทั้งที่ตัวเองก็มีเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 30 พันล้านเหรียญ
บทความนี้จะเล่าต่อว่าเมื่อ Google ได้ DoubleClick มาแล้ว จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับโลกออนไลน์ใบใหญ่แต่แบนราบนี้บ้าง?