MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ

Youtube กับ การเมือง
YouTube ยังคงเป็นอะไรดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตของสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี
YouTube จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเรื่องของการตัดสินว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2008 นั้นผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็มีทั้งการใส่คลิปที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับผู้สมัครที่กำลังได้คะแนนนำ หรือ การใส่คลิปเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้สนับสนุนของผู้สมัครเข้าไปในเว็บ YouTube นั่นเอง
โอลิมปิก ที่ ปักกิ่ง
เหตุการณ์ในปี 2008 ที่สำคัญ ๆ ก็คือเรื่องของการจัดการแข่งขัน Olympic ที่ปักกิ่ง และ การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สองเหตุการณ์ใหญ่ๆ นี้แหละครับที่จะมีส่วนทำให้อุณหภูมิของการโฆษณาออนไลน์ประทุขึ้นอีกครั้ง

Online Ad Spending : การใช้จ่ายสำหรับโฆษณา ออนไลน์
การใช้เงินในการทำโฆษณาออนไลน์ของสหรัฐอเมริกาจะมียอดการใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆมา ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม ด้วยการต้องใช้เงินให้รัดกุมมากขึ้น ดังนั้นนักการตลาดจะหันมาสู่การโฆษณาออนไลน์มากขึ้น เพราะว่าการทำโฆษณาออนไลน์นั้นนักการตลาดสามารถทำการวัดผลของการทำโฆษณาที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าการโฆษณารูปแบบเดิม ๆ นั่นเอง
การทำโฆษณาออนไลน์ด้วยวิดีโอ
การขยายตัวของการทำโฆษณาออนไลน์ด้วย วิดีโอนั้นคาดการณ์กันว่าจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 74% ในปี 2008 (ลดลงจากปี 2007 ซึ่งอยู่ที่ 89%) ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 1.35 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ในปี 2008 วิดีโอออนไลน์ จะเพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้ที่เป็นมืออาชีพ เช่นเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ และ จากบุคคลทั่วไป

นักการตลาดออนไลน์ ได้คาดการณ์เกี่ยวกับการตลาดบนโลกออนไลน์ในปี 2551 ออกมาครับ ซึ่งครอบคลุมทั้งการทำโฆษณา, วิดีโอโปรโมท, social networks, e-commerce และ เรื่องของความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ ครับ นักการตลาดออนไลน์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การทำโฆษณาออนไลน์ จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐได้ ซึ่งจะมีผลในการช่วยให้สหรัฐฝ่าฟันกับพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำอยู่นี้ไปได้ และนอกจากนี้ ยังกล่าวกันอีกด้วยว่า Youtube นี่แหละ จะแสดงผลการตัดสินสำหรับการเลือกตั้งได้
มาดูกันคร่าว ๆ ก่อนครับว่า 10 คำทำนาย ฟันธง การตลาดออนไลน์ปี 2008 มีอะไรกันบ้าง
1. โฆษณาออนไลน์ยังจะกลับคึกคักมากกว่าปี 2007 แน่นอน
2. การตลาดด้วยการทำวิดีโอนั้นก็จะมีอัตราการใช้งาน พอ ๆ กับปี 2007
3. การโฆษณาใน Social-network จะมีมูลค่าขึ้นไปถึง 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้
ผู้นำเสนอข่าว : TARADedu.com วันที่ พุธ, 06/02/2008 - 10:35
วันนี้บังเอิญว่าผมได้ไปอ่านblog ของคุณมี่ ที่ok nationมาครับ วันนี้คุณมี่ ได้กล่าวถึงข้อมูลการหาข้อมูลตลาดออนไลน์ กันนะครับ
http://www.oknation.net/blog/meomee/2007/04/27/entry-1
Mr. Alex Hachtman แห่ง http://www.10xmarketing.com ที่แนะนำว่า เราต้องสนใจศึกษาหาข้อมูล ( Affiliates ) เหมือนกับการอ่านหนังสือพิมพ์เราก็เอามาประยุกต์กับการหาเงินออนไลน์ การทำการตลาดของเราซะเลย เพราะว่าข้อมูล เทคนิค ต่าง ๆ มันก็เปลี่ยนบ่อย ๆ ซึ่ง Mr Alex ก็แนะนำว่า เราสามารถอัพเดตข้อมูลได้จาก Forum ต่าง ๆ ที่เราหาได้ฟรีจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งหากเป็นภาษาอังกฤษ ก็มีที่ดังต่อไปนี้
http://abestweb.com สำหรับผู้ที่สนใจ การจัดการและการตลาด Affiliate Program
http://webmasterworld.com สำหรับเว็บมาสเตอร์ และผู้ที่สนใจทางด้านการจัดการการตลาด
http://forums.searchenginewatch.com/forum/index.php
สำหรับเว็บมาสเตอร์ และการตลาดของ Affiliate Program

E-Business คืออะไร E-Business (อี-บีสเน็ต) คือรูปแบบของการทำธุรกิจโดยอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ระบบเครือข่าย (Internet ,Intranet หรือ Extranet) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และ การจัดการด้านการตลาดสำหรับองค์กร หรือ หน่วยงาน หรือ ส่วนบุคคลเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ
โดยรูปแบบของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบเครือข่าย และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ในองค์กรแบบ e-Business นั้นสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1.ระบบลูกค้าสัมพันธ์ เช่น ใช้ในการแสดงสินค้า และ บริการ รวมไปถึงการรับการสั่งซื้อสินค้า และบริการ สถานภาพของสินค้าและบริการต่าง ๆ
2.การติดต่อกับแหล่งวัตถุดิบ เช่น การค้นหาวัตถุดิบ การสั่งซื้อวัตถุดิบ และ การตรวจสอบสถานภาพของวัตถุดิบที่สั่งซื้อ

เรื่องสำคัญสำหรับวันนี้ คือ ?เราได้สร้างอะไรเพื่อให้เกิดลูกค้าหรือยัง? ถ้ายังคุณจะใช้เทคนิคอะไรในการสร้าง ให้เกิดลูกค้า หรือ เพื่อให้ธุรกิจได้ก้าวเดินต่อไปอย่าง สมเหตุสมผลมากที่สุด
"Content Of The King" คือปรัชญาของการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับของGoogle หรือที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทราบกันในนาม Google Optimization หรือเอาอีกชื่อที่เป็นสากลและเมื่อพูดมาแล้วใคร ๆ ก็รู้จัก Search Engine Optimization (SEO) ในหลักการ SEO นั้น Content ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับที่ 1 และรองลงมาคือ Links Building หรือ Links Structure ทั้งนี้เพื่อให้สามารถติดอันดับในหน้าแรก (โดยส่วนใหญ่มุ่งหวังหน้าแรกทั้งสิ้น) หรือ อันดับใน 3 หน้าแรกนั่นเอง

คุณเคยลองนึกดูบ้างไหม ว่าคนที่เข้ามีดูเว็บของคุณเป็นใคร ? และพวกเค้าสนใจในข้อมูลอะไรในเว็บของคุณ ? คุณจะทำอย่างไรเพื่อสามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ ได้ ? และเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้วจะสามารถนำไปใช้เพิ่มประสิทธิ ภาพในการให้บริการของเว็บของคุณได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะนำข้อมูลนั้นไปช่วยในการนำเสนอรูปแบบสินค้าหรือบริการของคุณ ให้ตรงกับความต้องการที่ต่างกันของลูกค้าที่มีอยู่นับพันๆ คนภายในเว็บไซต์ของคุณให้ดีที่สุดใด้อย่างไร?

เมื่อคราวก่อนผมได้แนะนำถึงวิธีการหาเงินจากเว็บไซต์ด้วยการทำ E-Commerce หน้าขายสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ของคุณ และคราวนี้ผมจะมาพูดถึงการหาเงินจากการให้บริการ (Service) ผ่านเว็บไซต์ ซึ่งมีหลายวิธี ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำเว็บไซต์ของคุณได้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้
เว็บไซต์ทั่วไปส่วนใหญ่มีบริการต่างๆ มากมายหลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริการฟรี.! แต่บางครั้งคุณอาจจะปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมบริการบางอย่างภายในเว็บไซต์ของคุณเพื่อ สร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่ายๆ โดยมีรูปแบบต่างๆมากมาย ลองมาดูตัวอย่างที่ผมนำมาเสนอดูนะครับ

หลายๆ ท่านคงเคยกรอกแบบสอบถาม ไม่ว่าจะเป็นการทำแบบ สอบถามโดยไม่ทราบมาก่อน เช่น ตามห้างสรรพสินค้า ตามจุดชุมชนต่างๆ หรือการสอบถามโดยที่ท่านทราบล่วงหน้า เช่น การกรอกแบบสอบถามประเมินสินค้าเมื่อท่านซื้อหรือได้ทดลองใช้สินค้า ซึ่งจะเป็นได้ว่าหลายๆ บริษัทได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับข้อมูลเหล่านี้ เพราะข้อมูลที่เก็บได้จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการพัฒนาหรือปรับปรุง คุณภาพสินค้าให้ดีขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และในปัจจุบัน การทำแบบสอบถามไม่ได้จำกัดอยู่แต่การกรอกในแผ่นกระดาษเท่านั้น

ทุกวันนี้คุณต้องใช้เงินเท่าไรในการหาลูกค้ารายใหม่ให้ กับธุรกิจของคุณ? หากเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการรักษาลูกค้ากลุ่มเดิมของคุณ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยธุรกิจในการให้บริการและตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าจะช่วยทำให้ธุรกิจของท่านสามารถ ลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก และอีกทั้งยังสามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะช่วยทำให้เกิดความ พึงพอใจในบริการของคุณ