Shareability มาตรวัดค่า Viral Marketing

0

เมื่อพูดถึงการโฆษณาออนไลน์
ส่วนใหญ่เราจะนึกถึง Banner วิ้งๆแว้บๆ
ซึ่งถ้าอยู่บนสุด บนเว็บหน้าแรก ก็ถือว่า เป็นสปอนเซอร์ใหญ่

แต่ก่อนเมื่อตอนที่อินเตอร์เน็ตยังไม่บูมนักในเมืองไทย
การโฆษณาบนเว็บไม่ได้มีราคาค่างวดนัก
นักโฆษณาตีค่าโฆษณาบนเว็บไซต์ต่ำมาก

แต่เมื่อนักโฆษณาเริ่มเห็นค่าของเว็บไซต์
ราคาของเว็บไซต์ก็สูงขึ้น และสูงขึ้น
การโฆษณามักจะไม่พ้นเรื่องแบนเนอร์
และ Micro-site ที่รันแคมเปญโฆษณา

อย่างที่เคยเขียนไว้ในหน้านี้
การโฆษณาแบบเดิมจนถึงปัจจุบัน
ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแบบ Marketer-driven อยู่

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาเช่นนั้น สูงขึ้นทุกวัน
แต่ด้วยความเป็นอินเตอร์เน็ต
มันยังเปิดโอกาสให้ทำการตลาดแบบที่ค่าใช้จ่ายต่ำได้
ในการโฆษณาแบบหนึ่งที่เหมือนกับการโฆษณาแบบออฟไลน์
ที่มีอิทธิพลมากอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ Viral Marketing

เรามักมีแนวคิดว่า ผู้ใช้เกลียดโฆษณา
แต่จริงๆแล้วไม่ใช่
ผู้ใช้ไม่ได้รังเกียจโฆษณาทุกอัน
แต่รังเกียจโฆษณาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา และเขาไม่อยากจะรับรู้
Viral Marketing หรือการตลาดแบบปากต่อปาก (word of mouth)
เป็นวิธีการตลาดที่ใช้กันมานาน ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์
ข้อดีของการตลาดแบบนี้คือ ลงทุนต่ำ หรือแทบไม่ต้องลงทุนเลย
แต่ต้องทำให้ผู้นำทางด้านการตลาด
ซึ่งในที่นี้คือ ส่วนหัวกะทิของลูกค้าของเรา
ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะมีอิทธิพลทำให้คนอื่นในกลุ่มปฏิบัติตาม
ยอมรับและเห็นดีเห็นงามในผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา
มากพอที่จะบอกคนอื่น หรือแสดงให้คนอื่นเห็นว่า
มันดีนะ มันควรใช้นะ
เมื่อผู้ตามคนอื่นเห็นท่านผู้นำทำ ก็จะทำตาม
และเมื่อเห็นดีเห็นงาม เขาก็จะเริ่มบอกคนอื่นปากต่อปากไปเรื่อยๆ

Viral Marketing ไม่ใช่อะไรที่ไกลตัว หรือเป็นของใหม่บนเว็บเลย
ฟังก์ชั่น Email to Friend, Trackback, Embed URL
ก็เป็นการตลาดแบบ Viral Marketing เช่นกัน
หรือเว็บอย่าง Del.icio.us, Digg, Zickr, Fwddr
ก็เป็นโอกาสของการตลาดแบบปากต่อปากทั้งนั้น

ข้อดีของ Viral Marketing ก็คือ
เป็นการตลาดแบบ Customer-driven
ลูกค้าเต็มใจที่จะรับข่าวสารนั้น
และข่าวสารที่ลูกค้าเต็มใจรับเอง เพราะเพื่อนบอกมา
ลูกค้าก็มักจะให้การต้อนรับมันดีกว่าข่าวสารที่ถูกยัดให้เห็นให้ฟัง

และยิ่งถึงยุคที่ผู้ใช้คัดเลือกข้อมูลที่จะรับรู้เอง
Viral Marketing ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
บริษัทสื่อผู้บริโภคด้านสุขภาพ MedTrackAlert ได้ร่วมกับ CNET
ในการพัฒนาเครื่องมือวัดคุณภาพแนวโน้มที่ข้อความโฆษณานั้นๆจะถูกบอกต่อ
ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์หรือออฟไลน์

เครื่องมือนี้ ใช้ Shareability scale หรือมาตรวัดของความสามารถในการแชร์
ซึ่งแจกให้ลูกค้าในกลุ่มผู้ทดสอบ
ซึ่งมาตรวัดนี้ได้สร้างขึ้นเทียบกับผู้ใช้สองประเภท คือ
ผู้ใช้ประเภท B2B ในธุรกิจไฮเทค
และผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มสนใจด้านสุขภาพ

ผลในการใช้งานเครื่องมื่อนี้จะเป็นตัวบอกว่า โฆษณาตัวนั้น หรือแคมเปญชุดนั้น
จะมีการบอกปากต่อปากขนาดไหน

Shareability scale รวมไปถึง

1. การพิจารณาข้อความในโฆษณา หรือแคมเปญ
ว่ามีแนวโน้มจะส่งต่อให้เพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยอย่างไร

2. การพิจารณาความเป็นเอกลักษณ์ของข้อมูลข่าวสารในโฆษณา
ว่ามีแนวโน้มจะส่งต่อให้เพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยอย่างไร

3. การพิจารณาความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือบริการในโฆษณา
ว่ามีแนวโน้มจะส่งต่อให้เพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยอย่างไร

การค้นคว้าวิจัยเรื่อง Shareability นั้น ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
เพ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: