ข้อควรจำก่อนใคร social network ช่วยทำการตลาด [ปัญหากึ่งเทคนิค]

0

ตอนนี้เราคงจะเห็นว่า Social network เช่น facebook twitter youtube หรือ foursquare ก็เริ่มจะมีบทบาทกับการทำธุรกิจมากขึ้น เครื่องมือต่างๆเริ่มถููกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดมากขึ้น บางธุรกิจก็ใช้เป็นช่องทางหลักในการโปรโมทหรือติดต่อลูกค้า แต่บางธุรกิจก็ใช้เป็นแค่ช่องทางรอง แต่คุณรู้กันหรือไม่ว่าเครื่องมือสุดวิเศษและแสนทันสมัยเหล่านี้ล้วนมีข้อควรจำที่ควรจะขีดเส้นใต้เอาไว้เลยทีเดียว ก็เพราะว่าเครื่องมือเทคโนโลยีมีความแตกต่างและปัญหาที่แตกต่างออกไปจากเครื่องมือทั่วๆไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นด้านเทคนิดครับ วันนี้ก็เลยจะเอามาเล่าให้ฟังครับว่าข้อควรจำที่ผมพูดถึงมีอะไรบ้าง

1.Feature มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

ค่อนข้างเป็นเรื่องธรรมชาติของการพัฒนาเว็บไซต์หรือซอต์ฟแวร์ครับ ที่จะมีการพัฒนา คุณสมบัติหรือลูกเล่นอยู่ตลอดเวลา หลายๆครั้งสิ่งที่ปรับเปลี่ยนก็เป็นประโยชน์ต่อเราเช่น การเพิ่ม feature ต่างๆ เข้ามา หรือการทำให้ระบบต่างๆ ใช้งานง่ายขึ้น แต่หลายๆ ครั้งก็เป็นผลเสียกับตัวเราครับ อยากเช่นการเปลี่ยนหน้าตาย้ายต่ำแหน่งหรือปิดคุณสมบัติบางอย่าง case ที่ใกล้ตัวสุดก็คงไม่พ้น facebook ที่ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาก็เล่นเปลี่ยนเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น หน้า Profile หน้า Pages วิธีการแสดงรูป หรือความสามารถของ API อธิบายกันนิดนึงครับ API เป็นเหมือนช่องทางที่ทำให้ Application ที่เราพัฒนาขึ้นสามารถทำงานคูากับเว็บไซต์นั้นๆได้ เช่น facebookAPI หรือ twitterAPI ซึ่งเจ้า API นี่แหละครับ ที่แต่ละเว็บจะมีการปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเราก็ต้ิงติดตามกันเองว่าจะเปิดอะไรเพิ่มหรือจะปิดอะไร พูดถึง API มาซะยาวจริงๆมีจุดประสงค์ครับ เนื่องจากมี case นึงช่วงปลายปีที่แล้วที่ทำให้คนที่พัฒนา Application ที่เชื่อมต่อกับ Twitter วุ่นวายกันเลยที่เดียวนั้นคือการเปลี่ยนระบบ Login ของ twitterAPI ซึ่งการแก้จากแบบเก่าเป็นแบบใหม่ค่อนข้างวุ่นวายซึ่งทำให้ application บางตัวใช้ไม่ได้เป็นวัน

คำถามคือทำไมนักการตลาดหรือคนที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการทำธุรกิจต้องสนใจ เพราะจริงๆแล้วเนี่ย การเปลี่ยนแปลงของ Feature จะส่งผลกระทบมากๆ ถ้าหากว่างานที่คุณทำอยู่ไปพึ่งพาคุณสมบัติบางอย่างของเครื่องมือนั้นๆ แล้วมันถูกปิดลง ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนหน้าตาของ profile ของ facebook เมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ทำเอาธุรกิจที่ใช้ความสามารถ tab กุมขมับกันไปเลยเพราะนอกจาก facebook จะปิด tab บนหน้า profile แล้วก็ไม่ได้หาอะไรให้เรามาใช้ทดแทน ซึ่งบางทีหากเราไม่ได้ติดตามข่าวดีๆ แล้วเราพัฒนา Application ไป สุดท้ายใช้ไม่ได้ก็จะทำให้เราต้องมาเหนื่อยเพิ่มที่จะแก้ หรือ ต้องสูญเปล่าไปเลยก็ได้ สำหรับข้อมูลที่บอกว่า feature ไหนจะเปิดจะปิดส่วนใหญ่จะมีโพสในเว็บของทางเจ้าของนั้นๆอยู่แล้วครับแต่ต้องหาๆกันหน่อย ของ facebook ที่เป็นที่นิยมกันมากๆจะอยู่ที่ http://developers.facebook.com/roadmap/ แต่ของ twitter นี่จะไม่มีแต่ถ้าหากจะแก้ไขอะไรก็จะแจ้งก่อนหรือออกมาให้เราลองก่อน เพราะฉะนั้นแล้วยังไงแล้วก่อนจะคิด campaign หรือทำ application อะไรลองหาข้อมูลไว้ก่อนก็จะดีมากๆครับ

2.เครื่องมือบางอย่างมีการปิดปรับปรุุง และพังอยู่เรื่อยๆ

อันนี้ค่อนข้างต่างจากข้อแรกนะครับ ถึงแม้จะเกี่ยวกับตัวระบบก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว Socialnetwork ที่เราใช้ในปัจจุบัน มีการปิดซ่อมปรับปรุง หรือพัง อยู่เรื่อยๆถึงแม้จะไม่บ่อยมากแต่ก็ยังมีอยู่ให้เห็น ถ้าหากว่าเป็นเจ้าที่ไม่ใหญ่มาก อย่าง foursquare หรือเจ้าเล็กๆอื่นๆ เวลาที่จะปิดก็จะมีทั้งแจ้งล่วงหน้า(ซึ่งนั่นก็ถือว่าโชคดีไป) หรือบางทีก็ไม่ได้แจ้งคืออยู่ๆพังไปเลย และด้วยความที่ยังไม่ใหญ่มากรายเล็กๆก็มักจะใช้เวลาซ่อมค่อนข้างพอสมควรซึ่งที่เคยเจอนานสุดก็เป็นวัน แต่อย่าเพิ่งนิ่งนอนในว่าจะมีแต่รายเล็กๆอย่างเดียวที่ปิดปรับปรุง เพราะขนาดใหญ่ๆอย่าง twitter ก็มีการปิดปรับปรุงอยู่บ้าง และบางครั้ง เราก็จะเห็นน้องปลาวาฬ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าเว็บกำลังทำงานหนัก ลอยมาตอนเราเปิดหน้า twitter ถึงแม้ตอนนี้อาการนี้จะลดลงไปบ้างแต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่ และ twitter เหมือนเป็นเว็บที่ซวยมากๆ เพราะเคยโดน Hacker โจมตีจนเว็บล่มไปหลายครั้ง ส่วน facebook นี่ก็ไม่ใช่ธรรมดาครับ เสียบ่อยเอาเรื่อง บางครั้งก็เกิดจากอินเตอร์เน็ตบ้านเรา บางครั้งก็มาจากตัว facebook เอง บางคนอาจจะบอกว่า facebook เปิดมาก็ติดตลอดไม่เคยพัง แต่จริงๆแล้ว facebook มีเทคนิคที่ทำให้เราไม่ค่อยรู้ครับว่ากำลังพังอยู่ ซึ่ง ถ้าวัดกันที่ละจุดจะเห็นได้เลยว่าจะพังหรือใช้งานได้ไม่ค่อยสมบูรณ์ ที่เห็นชัดๆเพราะอยู่บนหน้าจอเราตลอด คือตัว facebookchat ครับ ที่ติดบ้างดับบ้างปิดปรับปรุงบ้าง

จริงๆข้อนี้อธิบายง่ายๆเลยครับว่าทำไม ต้องสนใจ ก็เพราะถ้านักการตลาดสร้าง campaign ขึ้นมาโดยกำหนดเวลาจำกัด แล้วดันไปตรงกับเวลาที่เสีย ไม่ต้องถามครับว่า จะเสียหายขนาดไหนก็คงเสียหายไม่น้อยโดยเฉพาะเป็นแบรนด์ใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ก็ต้องไม่ลืมเตรียมแผนสองไว้ด้วย เผื่อไว้เสมอว่าถ้าระบบล่มแล้วทำยังไงหรือจะเปลี่ยนเอาอะไรมาใช้แทน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอกับเครื่องมือออนไลน์ครับ กถ้าใครอยากดูว่าสถานะของเว็บเป็นยังไงบ้าง ส่วนใหญ่เค้าจะมีหน้าที่ทำเอาไว้สำหรับดู Twitter=> http://status.twitter.com/ ส่วนอันนี้เป็นของ facebook ครับ http://developers.facebook.com/live_status หรือดูตามบล็อกของ เว็บนั้นๆก็ได้ครับเพราะส่วนใหญ๋ถ้าเค้าทราบล่วงหน้าก็จะแจ้งอยู่เสมอๆครับ

3.การจับวัดกับเครื่องมือบางอย่างทำได้ยากเพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำการตลาด

Socialnetwork บางอย่างไม่ได้ถูกออกแบบ มาเพื่อใช้ทางการตลาดตั้งแต่ต้น ทำให้การจะหาตัวจับวัดต้องอาศัยเครื่องมืออื่นๆเข้ามาช่วยซึ่งบางที่เครื่้องมือภายนอกก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ซึ่งบางที่ก็ต้องใช้หลายตัวควบคู่กับไป โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่มีหรือหามาแล้วใช้ยุ่งยากถ้าเป็นไปได้แนะนำให้พัฒนาเองจะใช้งานได้ดีกว่า ข้อนี้จะมี case ที่เห็นชัดอย่าง twitter ช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มี feature analysis สำหรับ promote tweet ก็มีคนออกมาบ่นกันพอสมควร แต่หลังๆมา twitter ก็ได้ออกเครื่องมือเพื่อช่วยวิเคราะห์ออกมาแล้วก็ช่วยได้นิดนึง แต่ถ้าใครไม่ได้ใช้ promote tweet ก็ลำบากหน่อยเพราะ อาจจะต้องใช้วิธีอื่นเข้ามาแทนอย่างเช่นการนำเอา bit.ly มาเช็คจำนวนคนกด link หรือ ใช้การฝังเครื่องมือจับวัดในฝั่งในเว็บที่ link ไป แต่ถ้าหากอยากได้เลขที่ซับซ้อน มากๆก็จะต้องเครื่องมือ เช่น twitstat twitteranalyzer เข้ามาช่วยอีกทีนึง จริงๆแล้ว นอกจาก twitter จริงๆแล้ว twitter นี่ถึงว่าค่อนข้างโอเคมากนะครับเพราะ ยังมีคนพัฒนาเครื่องมือออกมามาก แต่บริการอย่าง blogger wordpress.com tumblr ก็ยังไม่มีตัวจับวัดที่ดีๆ ส่วน facebook ที่เป็นเครื่องมือยอดฮิตนี่ก็โอเคหน่อยครับที่มีเครื่องมือพวกนี้ติดมาให้เราด้วย ถึงแม้จะมีคนบอกว่า พิการนิดๆแต่ก็ใช้งานได้ครับ จริงๆแล้ว case ที่เป็นเว็บที่คนใช้เยอะๆ แต่ยังทำตรงนี้ออกมาไม่ค่อยดี ก็น่าจะเป็น foursquare ที่ถึงแม้จะเริ่มเปิดให้ลูกค้าธุรกิจเค้ามาสร้าง กิจกรรมอะไรได้มากขึ้น แต่ตัวเลขที่เราดูได้ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอซึ่งผมคิดว่า foursquare ก็คงกำลังพัฒนาตรงนี้อยู่เหมือนกัน เพราะปัจจุบันคนก็เริ่มที่จะใช้ foursquare ในการทำการตลาดมากขึ้นกว่าเดิม

เพราะฉะนั้นแล้วบางทีเราเลือกเครื่องมือนอกจากเลือกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ เราก็ควรที่จะหาเครื่องมือจับวัดดีๆมาวัดผลหรือ หาเครื่องมือที่มีอุปกรณ์การวัดผมดีๆ หรือวิธีที่ง่ายที่สุด คือสร้างกลไกบางอย่างเช่นการเล่นเกมหรือการร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นตัววัดผลการใช้เครื่องมือของคุณ วิธีนี้ก็ช่วยให้เราสามารถจับวัดได้อีกวิธีหนึ่ง

4.เครื่องมือออนไลน์ มีข้อจำกัด และ ข้อตกลงในการใช้งาน กำหนดไว้เพราะฉะนั้น อ่านก่อนใช้

ปัญหาเรื่องข้อจำกัดรวมถึงข้อกำหนดเป็นปัญหาสำคัญที่เราต้องสนใจพอสมควรครับ เพราะถึงแม้ว่า Socialnetwork จะเปิดให้เราเข้าไปใช้งานเพื่อการตลาดหรือพัฒณา application ต่างๆได้แต่ ก็จะมีข้อจำกัดหนดเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งโทษของการทำผิดกฏก็อาจจะแบน application หรือลดความสามารถในการใช้งานลงยกตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อ API ของ twitter จะมีข้อจำกัดที่ ห้ามเชื่อต่อเกิน 150 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าเกินก็จะใช้งานไม่ได้ หรือจะเป็นกรณีที่ชื่อของ application ที่ห้ามมีคำว่า twitter ซึ่งกรณีนี้เราก็จะเห็นได้จาก uber กับ twidroyd ที่โดนสั่งให้เปลี่ยนชื่อสำหรับ facebook ก็จะมีเรื่องการตั้งชื่อ application ที่ห้ามมีคำว่า fb face facebook อยู่ในชื่อ ซึ่งที่ไล่มาก็เป็นข้อตกลงเพียงแค่บางส่วน แต่ยังมีอยู่อีกพอสมควรที่เราต้องไปศึกษารวมถึงอ่านในเว็บก่อนจริงๆแล้วข้อมูลก็ไม่ได้ซ่อนไม่ได้ซ่อนไว้ ถ้าหากลองสังเกตุดูจะเห็นว่าเวลาที่เราสมัครหรือสร้าง application ก็จะมีขอตกลงให้เราได้อ่าน หลายๆครั้งเราก็กตกลง ไปโดยลืมอ่าน ทั้งทีมีข้อมูลที่สำคัญอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะติดอยู่กับข้อจำกัดแล้วทำอะไรไม่ได้นะครับ เพราะตัวเว็บก็จะเปิดให้เราเข้าไป ขอ whitelist เพื่อที่ไม่ต้องไปติดกับข้อจำกัดของเว็บได้ แต่ก็จะต้องส่งเหตุผลไปขอกับตัวเว็บเองไม่มีระบบอัตโนมัติครับ

การสนใจกับตัวข้อจำกัดเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นมากนะครับ เพราะอย่างคดีของ uber กับ twidroyd ก็กลายเป็ฯว่าใช้งานไม่ได้ไปทันทีต้องคอยมาไล่แก้ บางครั้งนักการตลาดอาจจะมองงานคนอื่น แล้วเอามาเป็นแนวหรือแบบ โดยที่ไม่ได้รู้ว่าจริงๆแล้ว ความสามารถของเว็บที่จะไปใช้ อาจจะมีมากกว่านั้น หรือน้อยกว่าเค้าเพราะว่าบางงานก็จะขอ whitelist เอาไว้ การที่เรารู้จักขอบเขตไว้ก็จะทำให้เราสามารถคิดงานได้โดยไม่ต้องไปกังวลว่าจะทำได้หรือไม่ และก็จะได้ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะทำไดหรือไม่ ถ้าหากจะดามว่าต้องดูที่ไหน ก็เวลาที่เรากดสมัครแหละครับ ลองเสียเวลาอ่านข้อตกลงซักนิดแล้วชีวิตจะสบายขึ้นครับ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: