"Placement Targeted" For Google AdWords

0

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
Placement Targeted for Google AdWords

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ถ้าหากใครที่ได้ลงโฆษณากับ Google AdWords มาเรื่อยๆ ก็คงจะเห็นได้ว่าทางทีมงาน Google AdWords นั้น ขยันขันแข็งกันมาก เพราะว่ามีการ Update ฟังค์ชั่นต่างๆ หรือทำการเปลี่ยนแปลงหน้าจอการใช้งานอยู่ตลอดเวลา

ส่วนหนึ่งก็ต้องเป็นเพราะว่ารายได้หลักของ Google นั้น มาจากคนที่ลงโฆษณา Google AdWords นั่นเอง ดังนั้นทาง Google ก็เลยต้องทำการพัฒนา Google AdWords ให้ง่ายต่อการใช้งาน และโฆษณาที่ทำก็ต้องมีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆครับ

และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ล่าสุดนี้ ก็คือ การเปลี่ยนโฆษณาแบบ Site Targeted เป็นแบบ Placement Targeted ครับ

จริงๆแล้ว การโฆษณาทั้ง Site Targeted (ของเดิม) กับ Placement Targeted (อันใหม่) นั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการแสดงโฆษณาทุกอย่างเหมือนกันครับ กล่าวคือ เป็นการที่เรา (Advertiser) สามารถเลือกแสดงโฆษณาบนเว็บไซต์พันธมิตรของ Google ได้ด้วยตนเอง (ต่างจากแบบ Content Network ที่ทาง Google เป็นคนเลือกให้)

เช่น ถ้าหากเราต้องการให้โฆษณาของเราปรากฏบนเว็บไซต์ shop.com, buy.com หรือ about.com เราก็เพียงแค่สร้างแคมเปญโฆษณาแบบ Site Targeted แล้วก็ระบุรายชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการให้แสดงโฆษณาครับ

แต่สิ่งที่ทาง Google ได้เพิ่มเข้ามาใน Placement Targeted เพื่อให้แตกต่างกับ Site Targeted ก็คือ โมเดลในการจ่ายค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นมา เป็นสามารถเลือกจ่ายได้ทั้งแบบ CPM และแบบ CPC ครับ

สมัยก่อน ถ้าหากจะลงโฆษณาแบบ Site Targered ทาง Google จะคิดค่าโฆษณาแบบ CPM หรือ ก็คือ คิดค่าโฆษณาต่อคนเข้าหน้าเว็บไซต์ (ที่ปรากฏโฆษณานั้น) 1,000 คน ซึ่งราคาที่ต่ำสุดที่เราจะบิดได้ก็คือ $0.25 ครับ

การคิดเงินแบบนี้ ทำให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไปตกกับเว็บไซต์ที่มีเงินมากๆ และต้องการจะสร้างแบรนด์ให้กับเว็บไซต์ของตนเอง เพราะเว็บไซต์พวกนี้มีงบโฆษณามากอยู่แล้ว และไม่ได้สนใจว่าจะมีคนคลิก หรือ จะมีคนเข้ามาซื้อสินค้าในเว็บไซต์หรือเปล่า ขอแค่คนเห็นโลโก้ เห็นชื่อเว็บไซต์ก็เพียงพอแล้ว

ส่วนเว็บไซต์เล็กๆ ก็ไม่ค่อยได้ลงโฆษณาแบบ Site Targeted นี้เท่าไหร่ เพราะคิดว่ามีโอกาสที่จะเสียเงินฟรีๆซะมากกว่า ถ้าหากคนเห็นโฆษณาแล้ว แต่ไม่ได้คลิกเข้าเว็บไซต์เลย อย่าลืมว่าเว็บไซต์เหล่านี้ ให้ความสำคัญกับ ROI ในการโฆษณามาก ว่าเสียค่าโฆษณากลับไปแล้ว ควรจะได้กำไรกลับมาด้วย

ดังนั้น เมื่อทำการบวกลบคูณหารแล้ว ทาง Google ก็คงคิดขึ้นมาได้ว่า รายได้จำนวนมากของ Google ก็มาจากผู้ลงโฆษณารายย่อยๆเหล่านี้ (ตามหลัก Longtail) ทาง Google ก็เลยต้องหาวิธีให้ผู้ลงโฆษณารายย่อยหันมาลงโฆษณาแบบ Site Targeted นี้มากขึ้น

ผลสุดท้าย Google ก็เลยเปลี่ยนชื่อ Site Targeted ใหม่เป็น Placement Targeted แล้วก็อนุญาตให้ ผู้ที่ลงโฆษณาสามารถเลือกจ่ายเงินได้ทั้งแบบ CPM และแบบ CPC โดย Google ให้คำแนะนำในการเลือกวิธีจ่ายเงินไว้ดังนี้ครับ

CPM = Best for advertisers who care most about branding and classic ad industry metrics

CPC = Best for advertisers who care most about user clicks

โดยทั้งนี้เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลาครับ

แม้ว่าโดยปรกติแล้ว การจ่ายเงินแบบ CPC นี้ จะดีกว่าในแง่ของการควบคุมรายจ่ายและ ROI ซึ่งเหมาะสมกับผู้ลงโฆษณารายย่อยก็ตาม ผมก็แนะนำให้ทุกคนที่ทำโฆษณาแบบ Placement นี้ ลองทำการทดสอบดูด้วยตนเองครับว่า การจ่ายเงินแบบ CPC หรือ CPM อันไหนที่สร้างรายได้ให้กับเรามากที่สุดครับ

เพราะว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้าหากเราไม่ลองเปรียบเทียบและวัดผลลัพธ์ด้วยตนเอง เราก็ไม่มีทางรู้ว่าอะไรที่ดีกว่ากันอย่างแท้จริงครับ

บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของ FF Magazine

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: