MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
ผู้นำเสนอข่าว : iNINE วันที่ จันทร์, 18/08/2008 - 13:18
พีอาร์ อีเวนท์มาร์เก็ตติ้ง เซลโปรโมชั่น และ Buzz Marketing จะเป็น 4 พลิกคัมภีร์รบที่วัดผลยอดขายได้จริง และเหมาะเจาะในยุคที่ทุกอย่างต้อง "โลว์คอสท์"??นอกจาก "ลด แลก แจก แถม" นาทีนี้คงไม่มีเครื่องมือไหนที่ฮอตฮิตสำหรับสินค้าและบริการ เพราะเห็นผลทันตา สร้างความหวือหวาทันใจ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงได้ว่าเงินที่ละลายไปกับกิจกรรมการตลาดแต่ละแนว ยิ่งยุคเงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะลอ แรงซื้อนิ่ง ยิ่งต้องคิดหนักกับลวดลายการตลาดที่เชื่อมตรงถึงงบการเงิน
ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหนเมื่อเศรษฐกิจและการตลาดทำท่าว่าจะ "ขาลง" 4 เครื่องมือชั้นยอดที่นักการตลาดต้องหยิบนำมาใช้หนีไม่พ้น "ลด แลก แจก แถม" แต่สำหรับนาทีนี้ที่ยุคสมัยเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน แนวทางเดิมๆ ถ้าไม่ดูเชย ก็หาความแตกต่างจากคู่แข่งได้ยาก วันนี้ลูกเล่นทางการตลาดจึงพัฒนามาอีกขั้น แม้จะไม่ใหม่นักทีเดียว และเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่รายย่อย "ทุนน้อย" มักจะนำมาใช้ให้เกิดผล แต่ในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนี้รายกลางถึงใหญ่ "ทุนหนา" ก็ต้องพลิกเกมมาเล่นสไตล์นี้ด้วยเหมือนกัน
1 ใน 4 ไม้เด็ดที่เหมาะเจาะกับสถานการณ์วันนี้ มี พีอาร์ (Public Relation) เป็นตัวยืน เพราะเป็นเครื่องมือที่นักการตลาดเกือบทุกคนนำมาใช้ โดยเป็นหนึ่งในเครื่องมือ IMC (Integrated Marketing Communication) ในวงกว้าง
เพียงแต่การตลาดยุคโลว์คอสท์ครั้งนี้การใช้ IMC ในภาพกว้างอาจไม่ได้ผลดังใจนัก หากปรับเป็นพีอาร์ภายใต้ คอนเซปต์ IMC? หรือ พีอาร์ เชิงมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น แทนที่จะทำเฉพาะพีอาร์เชิงภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว
อีเวนท์ มาร์เก็ตติ้ง (Event Marketing) ในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าเครื่องมือตัวนี้ เพราะแม้จะเป็นการลงทุนที่สูงกว่าพีอาร์ และ อีก 2 ตัวที่จะกล่าวจากนี้ แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้เงินน้อยกว่าโฆษณาผ่านแมสมีเดีย และได้ผลตอบรับเชิงยอดขายที่ดีกว่า
ถัดมาเป็นการส่งเสริมการขาย หรือ Sale Promotion ยุคนี้ต้อง "เร็ว แรง กระชับ (ไม่เยิ่นเย้อ)" และมักจะทำกันในระยะเวลาสั้น ๆ กรณีของโออิชิ กับแคมเปญ ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊งค์ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการนำเครื่องมือตัวนี้มาใช้อย่างได้ผล
ท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ Buzz Marketing โดยภายใต้คอนเซปต์นี้จะมีไดเร็ค มาร์เก็ตติ้งเป็นตัวช่วย เพื่อให้เกิดแรงบอกต่อที่แรง และกว้าง
"ทั้ง 4 แนวทาง ต้องทำไปพร้อมกัน ขาดอย่างใดอย่างนี้การตลาดที่ทำไปอาจไม่ได้ผล" ภูสิต เพ็ญสิริ กูรูการตลาดบอกไว้
นิยมนำมาใช้กันแล้ว และเชื่อว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ภาพยนตร์เรื่อง " 4 แพร่ง" ทำได้ดีภายใต้เงื่อนไขนี้? จากการดึงผู้กำกับ 4 คน ซึ่งมีแฟน ๆ ที่ติดตามผลงาน มารวมเป็นหนึ่งในเรื่อง ซึ่งแต่ละคนการันตีมาแล้วทั้งฝีมือและรายได้ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเสี่ยงทางการตลาดเป็นศูนย์
เมื่อฐานของแฟนที่ติดตามผลงาน บวกกับกำลังด้านพีอาร์ การตลาด และสร้างพลังของการบอกต่อ ด้วยการเข้าไปโพสต์กระทู้ให้ทุกคนได้เข้าไปอ่าน และแสดงความคิดเห็น เป็นแรงผลักดันชั้นยอดที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปถึง 70 ล้านบาทแล้ว
"ไอเอ็นจี" เป็นอีกตัวอย่างของการงัดไม้เด็ดดังกล่าวมาใช้ และก็ได้ผลดีเกินคาดเสียด้วย
จากการเสนอตัวเข้าเป็นหนึ่งในเมนสปอนเซอร์ทริปดูงานและธุรกิจที่ประเทศจีน สนนต้นทุนของการเป็นสปอนเซอร์ครั้งนี้ก็ไม่มากเพียงหลักแสนบาทกว่า ๆ ในการจัดกิจกรรมในบูธตลอดงาน ธุรกิจประกันภัยรายนี้กลับสร้างรายได้กลับคืนเป็นหลักล้านบาท
"เป็นความตั้งใจของ ไอเอ็นจี ที่ส่งนักขายมือหนึ่ง 2 คนไปกับทริปครั้งนี้ เพราะปิดการขายได้ทันที แตกต่างจากบริษัทอื่น ๆ ที่การตลาดอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้งในลักษณะเดียวกันนี้แต่ส่งเพียงพนักงานไปยืนประจำบูธ" ภูสิต กล่าว?? และว่า เป็นเครื่องมือตัวเดียวกัน แต่นักการตลาดต้องประเมินถึงผลที่ตอบกลับมาหลังนำไปใช้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้การลงทุนยิ่งต้องทบทวน และเล็งถึงผลตอบกลับเป็นตัวเงินให้ได้
จาก 4 ไม้เด็ดที่เปิดกว้างสำหรับการตลาดยุคโลว์คอสท์ แต่สำหรับเซียนธุรกิจอย่าง ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด?? โชค บูลกุล แห่งฟาร์มโชคชัย บอกในทางเดียวกันว่า "โลว์คอสท์ มาร์เก็ตติ้ง" เป็นเรื่องที่ทำได้จริงกับธุรกิจไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่ หรือ เล็ก
"ไดเร็ค มาร์เก็ตติ้ง เป็นเรื่องระหว่างเรากับกลุ่มเป้าหมาย"? ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด บอกไว้ และ ธุรกิจไดเร็ค มาร์เก็ตติ้งนี้เองที่เป็นอีกลู่ทางที่สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจในวันนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยต้นทุนไม่สูงนัก และจากการมีลูกค้าชัดเจน
การสร้างตัวเองให้เป็นที่รู้จัก หรือที่ทางตลาดเรียกว่า แบรนดิ้งนั้น โชค บูลกุล แห่งฟาร์มโชคชัย ทำจนประสบความสำเร็จมาแล้วเช่นกัน ซึ่งไม่เฉพาะตัวเองเท่านั้นที่จะเป็นที่รู้จัก ที่สุดแล้วประโยชน์จะเกิดกับองค์กรด้วย
"ยิ่งเราเล็กมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องพยายามหาโอกาส"? การหาพันธมิตร หรือการมีเพื่อนให้มากเข้าไว้เป็นแนวทางที่ โชค บอกว่า เป็นต้นทุนเชิงโอกาสชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มาในรูปของตัวเอง แต่สามารถนำมาพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ให้งอกเงยขึ้นมาได้
"เมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องหาพันธมิตร และมีการลงทุนที่น้อยที่สุด"? แนวคิดที่ชัดเจน และนำมาใช้ได้เสมอตามหลักการของ โชค นอกเหนือจากการทำตัวให้เป็นที่รู้จักเพื่อให้เกิดเป็น Social รอบ ๆ ตัวให้ได้
"ถูกตังค์ ถูกใจ แต่ได้ผล"? เป็นตัวอย่างชัดของโลว์คอสท์ มาร์เก็ตติ้งที่ สมชาติ ลีลาไกรศร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและส่งเสริมธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย ที่นิยามไว้ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า การตลาดจะได้ผลนั้นต้องเริ่มต้นจากทำตัวเองให้เป็นที่รู้จัก เพราะจะเป็นการเชื่อมโยงเราสู่โอกาสใหม่ ๆ ได้??
อีกทั้ง ทำอย่างไรก็ตาม ต้องให้เกิดการ "บอกต่อ"? จากนั้นหาพาร์ทเนอร์ชิพให้เจอแล้วก็เดินไปด้วยกัน
ที่กล่าวมาไม่ใช่ไอเดียใหม่ แต่การรบในสถานการณ์ที่ยากยิ่ง การพลิกแพลงการรบให้รอบด้าน และตรงจุด ที่สำคัญใช้พละกำลัง (ทุน) น้อย ย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/05/16/news_257452.php
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น