MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
ผู้นำเสนอข่าว : marketingbyte วันที่ อาทิตย์, 22/06/2008 - 23:29
?ไซ แมนเทค? เตือนปัญหาภัยคุกคามโลกออนไลน์หนักข้อมากขึ้น แฉพัฒนาเป็นขบวนการองค์กรใต้ดินซื้อขายข้อมูลส่วนตัว-ข้อมูลทางการเงิน ขณะที่ไทยครองแชมป์ของอาเซียนที่มีกิจกรรมภัยคุกคามออนไลน์มากที่สุด ชี้แนวโน้มใช้ชุมชนเครือข่ายทางสังคมเป็นช่องทางล้วงข้อมูลส่วนตัว
นาย นพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิคอาวุโส บริษัท ไซแมนเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการระบบป้องกันภัยทางอินเทอร์เน็ต กล่าวกับ ?ประชาชาติธุรกิจ? ว่า จากการเก็บข้อมูลด้านภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตพบข้อมูลส่งที่น่าสนใจว่าการ ปล่อยโค้ดอันตรายต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากครึ่งปีแรกของปี 2550 มีโค้ดอันตรายจำนวน 2.12 แสนกว่าชนิดเพิ่มเป็นเกือบ 5 แสนชนิดในครึ่งปีหลัง สาเหตุเพราะผู้สร้างมีการทำเป็นขบวนการมากขึ้น หรือเป็นลักษณะองค์กรใต้ดิน จากเดิมที่ทำเป็นงานอดิเรกหรือเพื่อแสดงความสามารถ แต่ตอนนี้มีการจ้างโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ จ่ายเงินเดือน หรือรวมกุล่มกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ทางการเงิน มีระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูล จนเกิดเป็นลักษณะรูปแบบเศรษฐกิจใต้ดินขึ้น
โดยพบว่าข้อมูลที่มีการซื้อขายใต้ ดินมากที่สุด คือ ข้อมูลบัญชีธนาคาร คิดเป็น 22% ค่าบริการ 10-1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ข้อมูล อันดับ 2 เครดิตการ์ด 13% ค่าบริการ 0.40-20 ดอลลาร์ และอันดับ 3 ข้อมูลส่วนบุคคลเต็มรูปแบบ 9% อัตรา 1-15 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น โดยการขึ้นลงของราคาเป็นไปตามกลไกตลาด เช่น ได้รับส่วนลดกรณีซื้อข้อมูลจำนวนมาก หรือข้อมูลเป็นที่ต้องการมากจะมีราคาจะสูง รวมถึงยังมีการให้บริการเอาต์ซอร์ซ เช่น Phishing host, Spambot ฯลฯ เป็นต้น
สำหรับประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลัง ปี 2550 ไทยจัดเป็นประเทศที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับภัยคุกคามมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ในอาเซียน สาเหตุเพราะการใช้บรอดแบนด์ในประเทศไทยมีการขยายตัวมากขึ้น ขณะที่คอมพิวเตอร์มีราคาถูกลง ทำให้คนใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น จึงกลายเป็นช่องทางในการถูกโจมตีได้ง่าย ประกอบกับผู้บริโภคคนไทยไม่มีความรู้เพียงพอในการป้องกัน ขณะที่เป็นอันดับ 7 ในเขตเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยสัดส่วน 4% โดยอันดับ 1-3 คือ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ตามลำดับ
นายนพชัยกล่าวว่า แนวโน้มภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยจะอาศัยเว็บไซต์ต่างๆ เป็นช่องทางในการกระจายโค้ดอันตรายมากขึ้น จากเดิมจะปรากฏเฉพาะเว็บใต้ดินที่ให้บริการที่ผิดกฎหมาย และใช้อีเมล์เป็นพาหะในการแพร่กระจาย แต่เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่เริ่มมีระบบโซลูชั่นป้องกันจึงทำให้ผู้สร้างหัน มาโจมตีผ่านทางเว็บไซต์แทน รวมถึงคนใช้เว็บไซต์มีมากขึ้น และรูปแบบของการดาวน์โหลดคอนเทนต์เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมมีเพียงข้อความ (text) หรือกราฟิกธรรมดา แต่ปัจจุบันเริ่มมีการใช้แอนิเมชั่น เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ต่างๆ มากขึ้น ทำให้เกิดช่องโหว่ของระบบใหญ่ขึ้น จึงกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี โดยเฉพาะเว็บที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น เอ็มเอสเอ็น ยาฮู กูเกิล ล้วนเป็นเป้าหมายของการโจมตีเช่นกัน
นอกจากนี้แนวโน้มการโจมตีจะเน้นไป ที่ตัวบุคคลมากกว่าการกระทำเพื่อแพร่กระจายภัยต่างๆ อย่างเดียว เห็นได้จากภัยคุกคามที่เริ่มมีการกระทำผ่านทางเว็บไซต์ลักษณะเครือข่ายทาง สังคม (social networking) มีมากขึ้น ซึ่งบางรายใช้เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรม หรือเพื่อปลอมแปลงหลอกเอาข้อมูล เพราะผู้ใช้งานบนเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเหล่านี้มีลักษณะเป็นคอมมิวนิตี้และ คนให้ความเชื่อถือ ไว้วางใจ เพราะถือว่าเป็นคนสนิท มีการแสดงตัวที่ชัดเจน จึงทำให้ถูกหลอกง่าย ทั้งการขโมยอีเมล์หรือข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่การลอกเลียนแบบเว็บไซต์เพื่อฟิชชิ่ง (การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเพื่อล้วงข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต)
?ไฮไฟฟ์ในไทยก็เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงช่องทางในการกระจายไวรัสส่งต่อๆ กันมากกว่า เช่น ในรูปของการเชิญชวนให้คลิกที่ลิงก์ต่อเป็นทอดๆ ลักษณะเป็นพาหะ แต่ต่างประเทศอย่างเช่นจีน มีการลอกเลียนแบบเว็บเครือข่ายทางสังคมเพื่อหลอกผู้ใช้งานให้ใส่พาสเวิร์ด กรอกอีเมล์ หรือ ปลอมเป็นบุคคลอื่นๆ เช่น แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เว็บไซต์เพื่อให้คนเข้ามากรอกข้อมูล จากนั้นจะสวมรอยนำข้อมูลไปขาย หรือโจรกรรมแบบฟิชชิ่ง ส่วนไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะฟิชชิ่งของไทยยังเกิดขึ้นกับธนาคารเป็นหลักอยู่?
ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ
ความคิดเห็น
คงจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ยากนะค่ะ
แสดงความคิดเห็น