Localization ในแนวคิดของผม

0

เมืองไทยเวลานี้ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย ในระดับความคิดเห็น ซึ่งยากที่จะแก้ไข คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ แกนนำฝ่ายพันธมิตร ได้เสนอแนวทางการเมืองใหม่ จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย จนเกิดกระแสการเมืองใหม่จากหลายกลุ่มต่างเสนอแนวคิดต่างๆ นานา

แนวคิดการเมืองใหม่ในสายตาสนธิ ลิ้มทองกุล คือ ปรับปรุงประชาธิปไตยตะวันตก ให้กลายมาเป็นประชาธิปไตยแบบที่เข้ากับวัฒนธรรมประเทศไทยของเราเอง ซึ่งผมมองว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะบรรลุการเมืองแบบอุดมคติเช่นนี้

ในวงการ Internet ก็เช่นกัน นักพัฒนาไทยทั้งหลายพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดให้คนไทยสามารถเข้าใจได้ ง่าย ยกตัวอย่าง พื้นฐานที่สุดที่ทำก็คือ การทำระบบเป็นภาษาไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเขียนเองหรือนำระบบของต่างประเทศมาใช้, ต่อมาก็คือการหาข้อมูลภาษาไทยมาเพิ่มในเว็บไซต์ (แม้แต่เว็บไซต์ TOSDN ก็หนีไม่พ้นหลักการแบบนี้), เปลี่ยนวันที่จากระบบคริสต์ให้เป็นแบบพุทธอย่างไม่คลาดเคลื่อน ฯลฯ

ซึ่งการทำข้างต้นที่ผมกล่าว เหล่า Geek หรือ Guru ด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งหลายเรียก จะเรียกว่า การทำ Localization

ใน wikipedia ได้ให้นิยามคำว่า Localization ไว้ว่า ?means of adapting computer software to different languages and regional differences. Internationalization is the process of designing a software application so that it can be adapted to various languages and regions without engineering changes? – พอจะแปลความได้ว่า การดัดแปลงซอร์ฟแวร์คอมพิวเตอร์ (adapting computer software) จากระบบที่ใช้งานในภาษาสากล(ภาษาอังกฤษ) ให้เป็นภาษาตามท้องถิ่นนั้นๆ โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างทางโปรแกรม (without engineering changes)

เมื่อเราจับแนวคิดการเมืองใหม่ของสนธิ ลิ้มทองกุล มาเทียบเรื่องการพัฒนาซอร์ฟแวร์หรือเว็บไซต์ มันทำให้ผมรู้สึกว่า เราลืมรากเหง้าของตนเองไปอย่างไม่รู้ตัว

รากเหง้าที่ผมว่าคือ รากเหง้าวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนไทย ทั้งในโลก Online และ Offline

ปัจจุบันเรามุ่งที่จะทำระบบเลียนแบบต่างประเทศหรือนำระบบหลายๆเจ้าในต่าง ประเทศมาผสมกันเป็นเว็บใหม่ และเราก็นำมันเข้าสู่กระบวนการ Localization

จากนั้นเราก็พยายามอธิบายการทำงานของระบบใหม่นี้ให้แก่ผู้ใช้งาน (User) ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร และทำอะไร ซึ่งเรากำลังยัดเยียดในสิ่งที่แปลกใหม่ แต่ไม่ได้เหมาะสมในการใช้งานหรือแม้แต่การเรียนรู้ของคนไทยสักเท่าไร

พูดง่ายๆ ว่า พวกเรารู้หมดครับว่า คนไทยกลุ่มไหนใช้ Internet มากที่สุด, ใช้เพื่ออะไร, ใช้กี่ชั่วโมง, ใช้ที่ไหน, ใช้อย่างไร แต่เรา ก็เอาตัวเรา (ตั้งแต่เจ้าของลงมาจนถึงคนคีย์ข้อมูล) เป็นศูนย์กลางว่า แบบนั้นดี และเราก็ควรจะเป็นแบบนั้นบ้าง แต่เราไม่ดูถึงพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ว่าเขาจะคิดอย่างไร

เคยสังเกตุไหมครับว่า ทำไมผู้มีแนวคิดในเชิงตะวันตกถึงมักเก่งคอมพิวเตอร์?
กรณีตัวอย่างที่พอจะเห็นได้ชัด และเป็นการตอบคำถามที่ดีนั่นคือ

กรณีที่ ทำไมคนไทย เล่น Hi5 มากกว่า Facebook,MySpace ทั้งๆ ที่ ใครหลายต่อหลายคนก็รู้ว่า Facebook,MySpace นับเป็นเว็บไซต์ Social Network ที่ดีมากของโลก เมื่อเทียบกับระบบ Hi5 ที่มีข้อผิดพลาดและล่มอยู่ตลอดเวลา

นั่นเพราะสิ่งหนึ่งที่ Hi5 มี ก็คือ รูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมกับธรรมชาติของคนไทยทั่วไป ต่างกับ Facebook,MySpace ที่มีระบบให้ใช้มากมายเกินความต้องการทำให้ยุ่งยาก
ในการเรียนรู้และใช้งาน

จึงไม่แปลกครับ ที่จะเห็นคนไทยในต่างประเทศหรือผู้ที่มีแนวคิดตะวันตก สามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะเขาเข้าใจธรรมชาติและวัฒนธรรมของตะวันตก

อีกกรณีหนึ่งที่กำลังโด่งดังเลยคือ ทำไม Twitter ถึงไม่นิยมในคนไทย?
ตอบง่ายๆ ครับ เพราะมันมี MSN, GTalk, Yahoo, CamFrog ให้ใช้งานอยู่แล้ว และสามารถทำอะไีรได้มากกว่าสะดวกกว่า
ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักพักที่จะอธิบายและให้คนไทยหลายคนมองเห็นความน่าสนุกของ Twitter หรือ NokNok ได้

หรืออีกกรณีหนึ่งที่ผมได้สอบถามจากหลายท่านรวมไปถึงจิตใจของผมเองด้วย ว่าระหว่างการนำระบบเว็บไซต์ตะกร้าสินค้า ชื่อ Prestashop กับ Magento E-commerce คนไทยควรจะเลือกใช้อะไรที่จะเหมาะสมทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมากที่สุด (ไม่ขอพูดถึง osCommerce ที่มาครอบงำความคิดคนไทยว่ามันเป็นระบบที่ดีที่สุด)

จากคำตอบที่ได้มา 100% หลังจากที่ผมแนะนำทั้งสองระบบข้างต้นไปแล้ว ทุกคนเลือกใช้ Prestashop ครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า หน้าตาใช้งานง่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ถึงแม้ Magento จะเป็นระบบที่ดีกว่า Prestashop ในหลายๆ เรื่องก็ตาม

ถ้าผู้อ่านที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือนักพัฒนาเว็บไซต์ได้อ่านมาถึงตรง นี้ เริ่มมองเห็นทางตันในอนาคตเว็บไซต์ของตัวเองบ้างไหมครับ (อย่างน้อยผมก็คนหนึ่งที่เห็นและกำลังจะเปลี่ยนแปลงเว็บตัวเองในเร็ววัน)

อย่างที่บอกว่าพวกเรารู้หมดครับว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างไร แต่เราไม่เคยนำมาเปลี่ยนแปลงระบบของเราให้เหมาะสม เพราะเรายังยึดตัวเราเป็นที่ตั้งอยู่ บ่อยครั้งเราจึงพบว่าฟีเจอร์บางตัว เสียเวลาทำแต่ไม่ได้ใช้งานจริง แต่ฟีเจอร์บางตัวกลับถูกใช้งานมากกว่า

บางทีการโหลดบิททอเร้นไปด้วย เล่นเกมส์ไปด้วย เก็บแต้มสร้างสัตว์เลี้ยง ดูจะเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมกับคนไทยดีนะครับ

หรือบางทีคนทำ E-Marketplace อาจจะต้องตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า ทำอย่างไรให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกในการจับจ่ายซื้อสินค้าในเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อให้หลุดจากกรอบเดิมๆ ที่มีแต่ข้อมูล ข้อมูล และก็ข้อมูล

ดังนั้น สำหรับโลกตะวันตก คำนิยามของคำว่า Localization ก็ถูกของเขา แต่ในโลกตะวันออกแบบเรา บางทีเราควรจะต้องเปลี่ยน Engine ของระบบใหม่ให้เป็นไปตามวัฒนธรรม (Culture) การใช้งานของกลุ่มผู้ใช้ หรือคนไทย น่าจะเป็นหนทางที่ดีครับ

 

ปล1. นึกถึงคำเขียนในพิพิธภัณฑ์สยาม (Musiam of Siam) ที่ถามตั้งแต่ปากทางเข้าเลยว่า ?ใครใครพูดถึงไทยแท้แท้อยู่บ่อยบ่อย ใครใครรู้ว่าไทยแท้แท้แท้อย่างไร จริงจริงไทย แท้แท้แท้แค่ไหน ที่แท้ไทยแท้แท้แท้คืออะไร?

ปล2. เห็นด้วยกับการที่ทำระบบเว็บไซต์ BrainStorms เช่น Dell, IdeaBangkok เพื่อให้รู้ความต้องการของลูกค้าได้แม่นยำขึ้น (แต่ต้องมั่นว่าคำแนะนำของลูกค้านั้นมีประโยชน์เพียงพอที่จะเสียเวลามานั่งขบคิดและทำ)

ที่มา Lab.TOSDN – Localizationในความคิดของผม

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: