Ku Klux Klan กับ Internet

0

(inspired by Freakonomics by Steven D. Levitt and Stephen J. Dubner) สำหรับคนไทยแล้ว อาจจะเรียกได้ว่า น้อยคนจะทราบว่า Ku Klux Klan คืออะไร มีที่มาอย่างไร เขาทำอะไร ถ้าดูในภาพยนตร์ของฮอลีวู้ดแล้ว ก็อาจจะพอเดาๆได้บ้าง ส่วนตัวผู้เขียนเอง เคยได้ยินเพียงชื่อ แล้วก็เพียงพอเลาๆว่าไม่น่าจะใช้ชื่อที่ดีนัก พอได้มาอ่านมากขึ้น ก็เลยเข้าใจที่มาที่ไปมากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น ก็ยังเห็นผลต่อเนื่อง ที่เชื่อมโยงไปถึงอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

 

 

 

 

Ku Klux Klan หรือ KKK (Ku Klux มาจาก Kyklos ในภาษากรีก แปลว่า circle ส่วน Klan มาจาก Clan ซึ่งแปลว่ากลุ่มคน) เป็นชื่อขององค์กรบูชาชาติพันธุ์ฝรั่งผิวขาวอย่างสุดโต่ง ต่อต้านเชื้อชาติอื่นๆ ศาสนาอื่นๆ โดยเฉพาะชาว African American และชาวยิว ที่มีอิทธิพลในสหรัฐอเมริกามาร่วมศตวรรษ มักจะใช้ความรุนแรงในการจัดการ เพื่อจุดประสงค์สูงสุดในการบูชาเผ่าพันธ์ผิวขาวของตนเอง เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1866 โดยทหารผ่านศึก 6 นาย ของกลุ่มทหาร Confederate States Army (CSA) ที่มีหน้าที่ปกป้องดินแดนก่อตั้งใหม่ที่ชื่อว่า Confederate States of America ซึ่งเป็นการรวมตัวของ 11 รัฐทางใต้ของสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงถึงความเป็นไทออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น การก่อตั้ง KKK ในครั้งแรกนี้มีจุดประสงค์ที่เรียกว่า การจัดการโครงสร้างสังคมใหม่ โดยใช้วิธีการรุนแรงต่างๆนานา ต่อผู้ที่มีเชื้อชาติต่างจากตนเอง แต่ในที่สุดกลุ่ม Klu Klux Klan ก็ได้ถูกกำจัดไปเมื่อช่วงต้นทศวรรษปี 1870 โดยประธานาธิบดี Ulysses S. Grant ภายใต้กฏหมายที่มีชื่อว่า Civil Right Act of 1871 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Ku Klux Klan Act แต่แล้ว KKK ก็เหมือนผีดิบที่ลุกขึ้นมาได้ใหม่ กลับมาครั้งที่สองคราวนี้ ก่อครั้งโดย William Joseph Simmons และในครั้งนี้กลุ่ม KKK ได้รับแรงบันดาลใจจากสื่อใหม่ นั่นคือโทรทัศน์ ภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่อง The Birth of a Nation (หรือชื่อเดิมว่า The Clansman – Klansman เป็นชื่อเรียกสมาชิกองค์กร KKK) ซึ่งมีเนื้อเรื่องสนับสนุนการบูชาเผ่าพันธ์ผิวขาว และสรรเสริญกลุ่ม KKK และหนังสือพิมพ์ที่ต่อต้านยิวก็ช่วยจุดไฟให้โหมกระพือจากกรณีที่ Leo Frank ชาวยิวผู้หนึ่งถูกยัดข้อหาฆาตกรรมลูกจ้างตัวเองและถูกอุ้มไปฆ่าในที่สุด KKK ครั้งที่สองนี้ ยิ่งใหญ่และมั่นคงกว่าครั้งแรก ครั้งแรกนั้น KKK มีอิทธิพลเพียงรัฐทางใต้ของสหรัฐอเมริกา แต่การกลับมาครั้งนี้ KKK มีอิทธิพลครอบคลุมไปทั่วประเทศ มีการจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ และมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของรัฐ และมีเงินสนับสนุนให้จัดตั้งกลุ่มย่อยได้ทั่วประเทศ ในปี 1920 กลุ่ม KKK ได้มาถึงจุดสูงสุดซึ่งมีสมาชิกองค์กรประมาณ 15% ของประชากรที่มีทะเบียนทั้งหมด คิดเป็นจำนวนประมาณ 4-6 ล้านคน (บางแหล่งก็อ้างว่ามีถึง 8 ล้านคน) โดยรวมไปถึงประธานาธิบดี Warren G. Harding ซึ่งมีคนเห็นท่านประกาศสัตย์ปฏิญาณในห้องสีเขียวในทำเนียบขาว ในเวลานี้ KKK ไม่ได้เจาะจงเพียงคนดำและยิวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคาธอลิก คอมมิวนิสต์ ผู้อพยพ ผู้ก่อกวนองค์กรทั้งหลายด้วย ในขณะที่เราอาจจะคิดว่า นี่มันนอนเซนส์ชัดๆเลย ความคิดเหยียดเผ่าพันธุ์อย่างนี้ เป็นอะไรที่ใจแคบมากๆ และเราก็หวังว่า จะมีคนในโลกนี้เป็นจำนวนน้อยที่คิดอย่างนี้ แต่จากประวัติศาสตร์ของ KKK แล้ว เห็นได้ว่า คนเราสามารถที่จะมองอะไรไปด้านเดียวได้อย่างสุดโต่งเป็นกลุ่มก้อนมหาศาล แล้วถ้ามองไปอีกด้านที่มีผู้ถูกกระทำยืนอยู่ บนแผ่นดินที่เรียกว่าสหรัฐอเมริกาในครั้งนั้น มันก็เหมือนนรกบนดินชัดๆ KKK ได้ใช้ความรุนแรงกับชาวผิวดำและชาวยิว โดยที่จะรุมทำร้ายโดยสุ่มคนเอา ผลก็คือเกิด impact ของ incentive อย่างรุนแรง การทำร้ายคนแบบสุ่มอย่างรุนแรงเ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: