Google Instant มาแล้ว

0
เอาล่ะครับ ถกเถียงกันมาสักพักใหญ่ ๆ ในเรื่องของ Google Instant  หลายคนถามผมว่า SEO ยังมีความสำครัญอยู่หรือไม่ถ้าหาก Google Instant  ได้เข้ามาใช้ ผมเองก็ใช้ Google Instant  มาสักพักใหญ่ ๆ ผมก็เลย เอาข้อมูลพวกนี้ มานำเสนอ เพื่อที่จะให้ชาวเว็บมาสเตอร์ได้ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเอาล่ะครับ เราลองมาดูกันเลยดีกว่า
ก่อนอื่นผมต้องขออธิบายคร่าว ๆ ก่อนนะครับสำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Google Instant  คือเจ้าGoogle Instant ก็คือ ฟิวเจอร์ใหม่ที่ กูเกิลพัฒนาออกมาซึ่งมันก็คือระบบค้นหานี่แหละ แต่หลายคนอาจสงสัยว่ามันแตกต่างจากระบบเดิมอย่างไร ผมบอกได้เลยครับ ว่าเจ้าGoogle Instant มันเป็นระบบการค้นหาที่เร็วมาก ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งสิ่งที่เราจะเห็นได้ก็คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวอักษรตัวแรกเข้าไป มันก็จะแสดงผลการค้นหาทันที โดยไม่ต้องกด Enter และเมื่อเราพิมพ์ตัวอักษรตัวที่ 2 ผลการค้นหาก็เปลี่ยนไปตามที่เราพิมพ์ นั่นไง สิ่งที่เราถกเถียงกัน นั่นคือ ถ้าหากกูเกิลแสดงผลการค้นหาที่รวดเร็วแบบนี้ แล้ว SEO ยังสำคัญอยู่ไหม ผมบอกตามตรงนะครับ ไม่ว่าจะอย่างไง SEO ก็ยังสำคัญเสมอ แต่แน่นอนครับ มันย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราลองมาดูกันนดีกว่าครับ

ออกแบบ Title page ใหม่

ออกแบบ Title สั้น ๆ (ย้ำนะครับ ว่าสั้น และได้ใจความ)และไม่ควรซ้ำกัน และต้องได้ใจความสามารถสื่อได้ว่า ในหน้าเพจนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และที่สำคัญ Title และ Meta Description Tag จะต้องสอดคล้องกันด้วยเช่น(แต่ไม่ใช่ซ้ำกันนะครับ)กัน ทางที่ดีควรจะเป็นคำยอดนิยมด้วยนะครับ

ปรับแต่ง meta tag

ลองหาคำหรือประโยคสั้นๆ ซัก 2 – 3 ประโยค ที่จะเกริ่นให้คนที่จะเข้ามาอ่านได้รู้ว่า เนื้อหานี้จะเกี่ยวกับอะไร ตรงนี้ผมเข้าใจว่าเราทำกันอยู่แล้ว แต่ที่ผมเอายกมาพูดก็เพราะอยากจะบอกว่า ต้องยกระดับความสำคัญของ meta tag ขึ้นมาอีก เพราะงั้น ให้ใช้คำที่เป็นคำยอดนำผม และสื่อความหมายโดยตรง และไม่ยาวเกิดนไป เอาเป็นว่ายิ่งสั้นยิ่งดีครับ

ชื่อลิงค์และชื่อ  URLs

คือชื่อของลิงค์ หรือว่า URL นั้นควรที่จะสื่อได้ว่า เนื้อหาหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร และผมก็ยังย้ำอยู่ว่า ควรเป็นคำที่สั้น ๆ และก็ต้องสื่อความหมายชัดเจน และควรเป็นคำยอดนิยม และชื่อเพจก็ควรที่จะเป็นคำที่บอกเกี่ยวกับเพจนั้นเช่นกัน

จัดหมวดหมูเว็บด้วยนะครับ

คือตรงนี้มืออาชีพหลายคนทำอยู่แล้วนะครับ คือการจัดหมวดหมู ซึ่งเดิมทีเราก็จัดเพื่อให้เป็นประโชน์กับผู้อ่าน แต่มาตอนนี้ตรงนี้สำคัญมากครับ ถ้าใครได้ลองใช้  Google Instant จะเห็นว่าหลาย ๆ เว็บ โดยเฉพาะเว็บที่เขาไปแล้วใช้งานยาก ๆ มันหายไปจากกูเกิล นั่นก็เพราะว่า ในระบบ  Google Instant นั้น เราควรจะต้อง มีมีนูลิงค์ทั้งไปและกลับ ในแต่ละหน้าให้ครบ และง่ายต่อการใช้งานด้วยเช่นกัน

เนื้อหาในเว็บต้องน่าสนใจ

ซึ่งตรงนี้หลายท่านเข้าใจอยู่แล้วล่ะครับ ไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลาเลย เพราะยิ่งน่าสนใจ คนก็ยิ่งคลิกเข้ามา บ่อย ซึ่งก็ไม่ยากเย็น เพราะบรรดาเว็บมาสเตอร์ทั้งมื่อเก๋า ๆ และมื่อใหม่ก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้อยู่แล้ว

ข้อความลิงค์ ก็สำคัญนะครับ

ตรงส่วนนี้ก็คงจะไม่ต่างอะไรกับ เรื่องของ Title page เพราะยิ่งยาวยิ่งไม่ค่อยเจอ เพราะงั้นเอาสั้น ๆ น่าสนใจ พิมพ์หาเจอได้ง่าย ๆ แหละดีที่สุดแล้วครับ แต่ก็ที่ต้องเอามาพูดก็เพราะว่า ข้อความลิงค์ตรงนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งล่ะ ที่มันจะบอกว่า คุณจะเว็บของคุณในกูเกิลเจอหรือไม่

จัดข้อความ แบ่งตอน แบ่งส่วน

ตรงนี้ เป็นประโยชน์ทั้งผู้อ่าน ทั้งกูเกิลนั่นคือจัดแบ่งว่า อันไหนเป็นส่วนไหน อย่างไร มีหัวข้อ มีเกริน มีสรุป มีวรรค มีตอน เพราะฉนั้น การแบ่งที่ได้ผลก็คือการใช้แท็ก <h1> – <h6> รวมถึงการเว้บบรรทัด และการใช้ตัวหนา มาเป็นตัวบอกว่าตอนนี้ เรากำลังอ่านอยู่ถึงส่วนไหนแล้ว ตอนไหน หัวข้อไหน สำคัญมากน้อยแค่ไหน

ใส่ชื่อให้รูปภาพ

คือพวก Search Engine Robots จริง ๆ แล้ว กูเกิลไม่สามารถทราบได้หรอกครับ ว่าเจ้ารูปภาพที่เราใส่ในเว็บมันเกี่ยวกับอะไรเพราะงั้น เราก็ต้องใส่ชื่อรูปภาพเข้าไปเพื่อให้กูเกิลทราบว่ามันคือภาพเกี่ยวกับอะไรซึ่งทำได้โดย ใส่ “alt” Attribute ของ Image Tag เพื่อที่จะบอกให้ Robots รู้ได้ว่า รูปนั้นมันเกี่ยวกับอะไร

สร้าง robots.txt ไว้ด้วยนะครับ

ซึ่ง robots.txt นั้นจะเป็นไฟล์ที่จะบอกให้ Robots นั้นรู้ว่า ลิงค์ไหน หรือว่าไดเร็กทอรี่ไหน ในเว็บของเรา ที่ไม่ต้องการให้ Robots นั้นเข้ามาอ่านข้อมูล
ใส่ rel=”nofollow” ในลิงค์ที่ไม่ต้องการให้ Robots เข้ามาอ่าน
ถ้าใน Anchor Text ไหน เราใส่ nofollow เข้าไป มันก็จะบอกว่าลิงค์นี้ Robots ไม่ต้องไต่เข้าไป ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเว็บไซต์ที่เราส่ง Backlink เข้าไปนั้น จะไม่ได้รับคะแนนในเรื่องของ Page Reputation นั่นเอง

โปรโหมดเยอะ ๆ

วิธีที่ทางกูเกิ้ลแนะนำไว้ก็จะมีพวก Blog, Social Media Sites โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันอยู่ โดยเฉพาะ SMO ลองใช้ให้ได้นะครับ

Google webmaster tool (แนะนำจากผมเอง)

เพราะเครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้กูเกิลรู้ว่า ในเว็บคุณมีเนื้อหากี่หน้า มีกี่เพจ เกี่ยวกับอะไรบ้าง ตรงไหน อันนี้จะช่วยให้กูเกิลรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์คุณมากขึ้น อย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยให้กูเกิลทำงานคนเดียวล่ะครับ

Google analytics (อันนี้ก็แนะนำจากผมเอง)

เพราะที่จริงเราทำอยู่แล้วเพราะอย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่า เว็บเรามีคนเข้าใช้กี่คน และอย่างไรบ้าง แต่บางทีเครื่องมือที่เราใช้ เราก็อาจมีระบบ analytics เฉพาะ เพราะขนาดเว็บผมเองมีระบบ analytics อยู่หลายตัวเลย แต่ที่ผมบอกให้ใช้ Google analytics  ก็เพราะว่ามันจะทำให้กูเกิลรู้ว่า หน้าเว็บไหน มีคนเข้าเยอะ หย้าเว็บไหนได้รับความนิยม หน้าเว็บบไหนน่าสนใจ หน้าเว็บไหน มีคนเข้านานที่สุด มันจะช่วยให้กูเกิลจัดอันดับ
เว็บเราง่ายขึ้น

สรุปเอาง่าย ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากมายครับ ให้เราลองปรับแต่คีย์เวิร์ดให้น่าสนใจ ให้เป็นคำสั้น ให้ดูสือความหมายชัดเจนเข้าไว้ครับ รับรองว่าไม่ตกอันดับแน่นอน เพราะ Google Instant   จะทำให้คีย์เวิร์ดยอดนิยมกลายเป็นคีย์เวิร์ดที่ยอดนิยมมากกว่าเก่า ส่วนคีย์เวิร์ดเฉพาะ ก็จะค่อย ๆ ตกอันดับไปเรื่อย ๆ เพราะงั้นต้องระวังด้วยครับ

ที่มา : http://www.drsuntzu.tk

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: