Burger King marketing นาทีนี้ไม่พูดไม่ได้

0

ซักประมาณช่วงหลายวันกอ่นทุกคนคงจะได้เห็น ว่ามีคลิปที่เด็กคนนึงนั่งเล่น bb อยู่ในห้อง จนอาจารย์เกิดรำคาญแล้วปามันลงพื้นห้อง หลายๆคนก็ได้ออกมาวิจารณ์ว่าอาจารย์ว่า อาจารย์ทำแรงเกินไป หรือ เด็กสมควรจะโดนแล้ว โดยความรู้สึกตอนนั้นรู้สึกว่ามันจะเป็นคลิปหลอกแต่ไม่คิดว่า พอเฉลยออกมาแล้ว สุดท้าย มันจะกลายเป็น แผน marketing ของ burger king  ที่โฆษนา burger ใหม่ที่ชื่อว่า angry whopper ซึ่งไม่ได้ทำกันแค่ในประเทศไทยอย่างเดียวแต่เป็น campaign ที่ทำกันทั่วโลก ซึ่งในแต่ละประเทศก็แตกต่างกันออกไป อย่างใน อเมริกา ซึ่งผมว่าทุกคนคงจะพอนึกกันออกที่ burger king ให้สมาชิก Facebook ลบพื่อน 10 คนเพื่อแลกกับ burger หนึ่งชิ้น ที่ตอนสุดส้ายมีคนโดนลบจากความเป็นเพื่อนไปร่วมสองแสนคน ซึ่งอันนี้ก็แรงใช่ย่อย แต่คราวนี้เรามาดูของไทยบ้างดีกว่าว่ามันเป็นยังไง


อันนี้เป็นคลิปสรุป campaign ของเมืองนอกมาดูกันว่าเค้าทำยังไง

มาดู step ของ campaign นี้ในเมืองไทยดีกว่าว่าเป็นยังไง

Step 1
ปล่อยคลิปอาจารย์ ปา BB ออกมา ในหลายๆมหาลัยคงพบปัญหาที่ เด็กนักศึกษานั่งเล่น BB ในห้องเรียน การปล่อยคลิปประเด็นนี้ออกมา ก็ไม่พ้นที่จะทำให้กลายเป็น talk of the town อยู่แล้ว ส่วนจะออกมาในแง่ลบหรือแง่บวก นักการตลาดคงไม่สนใจอยู่แล้วเพราะ ทำให้คนจดจำและกลายเป็นที่พูดถึงก็ถือว่า สำเร็จแล้ว ส่วนใครที่มองว่ามันหลอกจัดฉากแล้วอยากรอดูเฉลย นั่นก็เข้าทางนักการตลาดเลยครับ ใน step นี้ก็สร้าง impression ใน youtube ไปล้านกว่า น่าตกใจเอาเรื่อง

Step 2
นักการตลาดก็รอให้ คลิปถูกพูดถึงซักอาทิตย์สองอาทิตย์ ก็ได้เวลาเฉลย ซึ่งตอนจบก็เป็นคุณ อ้น ศรัพันธ์ ออกมาบอกว่า สาเหตุที่อาจารย์เค้าโกรธแบบนี้เพราะเค้าไป กิน angry whopper มา ซึ่ง พอเฉลยก็ต้องบอกว่า มีทั้งคนด่าและคนชม เพราะอาจจะด้วยวิธีการนำเสนอที่ไม่เคยมีใครเห็oมาก่อน และ เป็นการหลอกให้สนใจในตอนแรก เลย เป็นธรรมดาที่จะมีคนบ่น แต่สุดท้ายไม่ว่าคุณจะด่าหรือชม คุณก็ รู็จักสินค้าของเค้าเรียบร้อยแล้ว

step3
ในเว็บบอกว่ายังไม่จบ รอดูต่อไป

โดยส่วนตัวผมต้องบอกว่าผมชอบ campaign นี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกก ต้องลากยาวๆ เพราะชอบมาก ถ้าเจอคนคิดผมจะเดินเข้าไปจับมือเลย อย่างที่บอกครับว่า งานนี้มีบ่นแน่นอน เพราะหลายๆคนมองว่าทำไมต้องทำอะไรออกมาหลอกกันด้วย แต่ ถ้ามองกันดีๆแล้ว มันไม่ใช่วิธีที่แย่ซักเท่าไหร่
เพราะ สิ่งที่นักการตลาดหลอกคือการสร้างเรื่องอะไรบางอย่างเพื่อทำให้คนจำ ซึ่งมันดีกว่าการที่หลอกว่า ผลิตภัณฑ์ ของตัวเองดี เช่น ทาแล้วหน้าขาว กินแล้วผอม แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่โฆษนา ซึ่งผมสรุปเป็นประโยคง่ายๆเลยว่า

“การตลาดที่สร้างอะไรขึ้นมาหลอกเพื่อให้เกิด awareness มัน ดูดีกว่าการหลอก product เพื่อให้เกิด การ purchase ที่เข้าใจผิดๆ”

เพียงแต่คนไทยยังไม่ชินนักกับรูปแบบ การทำการตลาดแบบนี้ เลยรู็สึกแปลกๆ แต่ผมกล้าพูดเลยว่า viral marketing ชิ้นนี้ต้องเป็น case study ที่คนพูดถึงกันไปอีกนาน

งาน viral ชิ้นนี้เป็นงานที่ดี แม้ว่าโดยส่วนตัวผม จะมองว่า ตัวคลิปในช่วงแรกกับ ตัวสินค้าจะเชื่อมกันได้ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ แต่ คลิปนี้ก็คงทำให้คนจำ Angry whopper หรือ burger king ไปได้อีกพักใหญ่ และในมุมมองการตลาดผมมองว่าการทำ viral ด้วยวิธีแบบนี้ สร้าง impact กับผู้บริโภคมากกว่า การให้คนมาอยู่กันเยอะๆแล้วเต้น หรือไปเตะบอลกลางสยาม

แต่สุดท้ายแล้ว มันไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่ดูคลิปจะไปกิน Angry whopper หรือ burger king เพราะ แบนรด์อาหารมีอะไรมากกว่า การทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง รสชาติ รสนิยมของคนกิน ความคุ้นชินกับรูปแบบอาหาร หรือ แม้แต่สถานที่ที่จะไปกิน แต่อย่างน้อย คุณก็คงจะพูดถึง burger king มากกว่า เมื่อวาน แน่นอน

ทำไม campaign จึงสำเร็จ?
1.จับประเด็นที่สนใจในสังคม และน่าจะเป็นที่พูดถึง
2.วิธีการนำเสนอแปลก ไม่ค่อยเห็นในประเทศไทย
3.ใช้ social network อย่าง facebook ช่วย ทำให้คลิปไม่ว่าจะเป็นชิ้นแรกหรือชิ้นสองกระจายได้เร็วมาก
4.จังหวะระหว่างการปล่อยคลิปแรก กับคลิปสอง ห่างกับพอดีมาก คือ รอให้คลิปแรกค่อยๆซา แล้วปล่อยคลิปสองออกมาเพื่อให้คนไม่ลืมไปก่อน

สุดท้ายมีข้อความกินใจอยากเอามาแชร์ ยังไงขอณุญาติด้วยนะครับ @pawoot

ผมได้มีโอกาสนทนากับ @pawoot เกี่ยวกับประเด็นนี้ มีประโยคนึงที่ผมรู้สึกว่า @pawoot สรุปประเด็นนี้ได้ดี นั่นคือ  “มันตอบโจทย์แล้วละ  Viral คือ กระจาย และคนรับรู้ + brand มันทำหน้าที่ได้ครบแล้ว”

ซึ่งเป็นข้อสรุปได้ค่อนข้างชัดเจนว่า มันสำเร็จ และผมคิดว่างานชิ้นนี้คงจะเป็นแบบอย่างที่ agency หลายๆเจ้า จะเอาไปศึกษา และในอนาคตเราอาจจะได้เห็นอะไรแบบนี้หรือคล้ายๆแบบนี้จนเบื่อ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: