Branded Content อาวุธของการสร้างแบรนด์

0

หลายครั้งใช่ไหมที่เราลงโฆษณาในเว็บท่า (Portal Site: เว็บไซต์รวมทุกบริการและเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เช่น Sanook.com หรือ Kapook.com)?แต่กลับไม่มีใครสนใจเท่าที่ควร ไม่ว่าคุณจะพัฒนา Banner ที่ใช้ลงโฆษณานั้นในรูปแบบ Rich Media ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากแค่ไหนก็ตาม แต่หากคุณหันมาลงโฆษณาเว็บไซต์ประเภทที่เรียกกันว่า Branded Content ผลที่ได้กลับทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนั้นสามารถยืนยันด้วยงานวิจัยของ Online Publishers Association ที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2008 ที่ผ่านมา แต่ก่อนที่จะลงในรายละเอียดของข้อมูลงานวิจัย เรามาทำความรู้จักคำว่า Branded Content กันเสียก่อน

ความหมายของ Branded Content

จากความหมายของ wikipedia Branded Content นั้นถือเป็นสื่อสารในการโฆษณารูปแบบใหม่ที่ทำให้ภาพของโฆษณาและความบันเทิงนั้นไม่ได้แยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ขณะที่คุณกำลังเพลิดเพลินกับความบันเทิงที่ได้รับก็จะซึมซับในแบรนด์ ของสินค้าหรือบริการที่เป็นผู้สนับสนุนนั้นไปแบบไม่รู้ตัว ด้วยความเนียนไปกับเนื้อหา จนกระทั่งไม่รู้สึกเหมือนโฆษณาที่มักจะเป็นตัวรบกวนที่สร้างความรำคาญ

อันที่จริงลักษณะการโฆษณาแบบ Branded Content นั้นเป็นที่นิยมใช้กันในรายการทางวิทยุและโทรทัศน์รวมไปถึงภาพยนตร์มานานพอสมควร ยกตัวอย่างกรณีของ LG ที่จัดรายการ LG Starz Talent ผ่านทางทีวีช่อง 3 ที่เปิดโอกาสให้หนุ่มสาววัยรุ่นมาประกวดร้องเพลงและเต้น ในช่วงของการซ้อมจะมาอยู่ด้วยกันใน LG House ซึ่งภายในจะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ของ LG ไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เตาไมโครเวฟ รวมไปถึงเครื่องซักผ้า ทั้งนี้ไม่มีการพูดเกี่ยวกับตัวสินค้าแบบโจ่งแจ้ง แต่จะให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงแบรนด์ของ LG ไปอย่างต่อเนื่อง

กรณีของหนังเรื่องรักนะ 24 ชั่วโมง ที่พระเอกนางเอกเป็นพนักงานเซเว่นอีเลฟ เว่น ทำให้ผู้ชมได้เห็นแบรนด์แทบทั้งเรื่อง รวมไปถึงสินค้าเนสกาแฟ หรือมอเตอร์ไซค์ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน และมีโอที่ปรากฏอยู่หลายตอน เรียกได้ว่าหนังอาศัยกลยุทธ์ Branded Content ในสินค้าหลายๆ ตัว ในหนังเรื่องเดียวกัน

Branded Content on the Web

จุดเริ่มต้นของคำว่า Branded Content บนเว็บไซต์อย่างแท้จริงนั้นเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อ The Hire หนังชุดสั้นๆ 8 ตอน กำกับโดยผู้กำกับระดับห้าดาวของฮอลลีวูด เช่น Guy Ritchie, Wong Kar-Wai, John Woo และอีกหลายๆ คน ได้เผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยพระเอกของเรื่องคือ Clive Oven ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นคนขับรถที่ถูกว่าจ้างจากคนหลากหลาย เพื่อนำสู่จุดหมายปลายทางแต่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคด้วยรถยนต์ BMW รุ่นแตกต่างกันไปในแต่ละตอน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างแบรนด์ หลังจากหนังสั้นชุดดังกล่าวได้เผยโฉมต่อผู้ชม ก็ได้รับความสำเร็จอย่างล้นหลาม มีผู้ชมถึง 11 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน และยอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 12% จากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีผู้ชมลงทะเบียนในเว็บไซต์จำนวนกว่า 2 ล้านคน และเกิดปรากฏการณ์ Viral Market-ing โดยผู้เข้าชมแนะนำหนังเรื่องนี้ให้กับเพื่อนๆ และครอบครัว

ด้วยความสำเร็จของ The Hire ทำให้หลายๆ คนเริ่มเปลี่ยนมุมมองของการโฆษณาบนเว็บไซต์ไป จากเดิมที่เน้นแบนเนอร์ที่หวังให้คนเข้าคลิกเพื่อเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา เพื่อแจ้งรายละเอียดของสินค้าและบริการรวมไปถึงอาจจะมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้ามาได้มีส่วนร่วม แต่นั่นก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก ปัญหาสำคัญคือความรู้สึกอยู่ที่ว่า แบนเนอร์นั้นดูจะเป็นการโฆษณาจนเกินไ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: