About MarketingByte

MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital

ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ

ล็อกอิน

Search





Poll

Web Stat



View MarketingByte Stats

Syndicate

Syndicate content

Feed Burner

ความคิดเห็นล่าสุด

  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 08:22
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 08:03
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 08:03
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 08:01
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 07:54
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 07:54
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 07:54
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 07:49
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 07:49
  • ssqt (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
    03/09/2008 - 07:48

บทความของ MacroArt

รูปภาพของ MacroArt

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไป สิงคโปร์ พร้อมกับคณะจาก ThaiVenture และได้พบกับคุณ Jason Lee ซึ่งเป็น Head of Expansion ของ eBay Singapore ที่ดูแลงานใน South East Asia ทั้งหมด คุณ Jason เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเที่ยง และมีโอกาสได้พูดคุยเรื่อง eBay ในประเทศไทยกันครับ

มีหัวข้อหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากๆ คุณ Jason ได้บอกว่าทาง eBay ทำ research เรื่องสินค้าที่คนอเมริกันชอบซื้อกัน สามารถสรุปออกมาได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ

รูปภาพของ MacroArt

นักการตลาดมีวิธีการแบ่งประเภทแบรนด์หลายวิธี วิธีการหนึ่งที่ใช้กันก็คือ Triangle of Brand Benefit ซึ่งจะแบ่งกลุ่มแบรนด์สินค้าออกตาม benefit ที่ลูกค้าของแบรนด์เหล่านี้ได้รับออกเป็น 3 กลุ่ม

Triangle of Brand Benefit?

กลุ่มแรกคือแบรนด์ประเภท Economical ที่ลูกค้ามักจะตระหนักว่าแบรนด์นี้มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา สินค้าที่มีแบรนด์แบบนี้มักจะมีราคาถูกเมื่อเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันที่ใช้แบรนด์อื่นๆ

กลุ่มที่สองคือแบรนด์ประเภท Functional ซึ่งเป็นที่รู้จักของลูกค้าว่าสินค้าที่ใช้แบรนด์นี้มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างจากสินค้าชนิดเดียวกันที่ใช้แบรนด์อื่น เป็นสินค้าที่เหมาะแก่การใช้งานเฉพาะด้าน

รูปภาพของ MacroArt

หลังจากที่ได้เขียนเรื่อง <Google ซื้อ DoubleClick ด้วยเงินสดมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญ นี่คือราคาที่สมเหตุสมผล หรือเป็นราคาที่ต้องการเอาชนะ Microsoft กันแน่?> ซึ่งจะช่วยให้ทุกท่านเห็นภาพของการเคาะราคาอย่างมีที่มาที่ไป ได้เข้าใจว่าทำไม Microsoft ถึงแพ้ ทั้งที่ตัวเองก็มีเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 30 พันล้านเหรียญ

บทความนี้จะเล่าต่อว่าเมื่อ Google ได้ DoubleClick มาแล้ว จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับโลกออนไลน์ใบใหญ่แต่แบนราบนี้บ้าง?

รูปภาพของ MacroArt

ข่าวออกมาสดๆ ร้อนๆ ว่า Google เป็นป๋าอีกแล้ว (จริงๆ ก็ไม่สดแล้วล่ะนะ พอดี copy บทความนี้มาจากบล็อกตัวเองอีกที) คราวนี้ทุ่มเงินซื้อตัวหนู DoubleClick ไปด้วย "เงินสด" มูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญ เอาชนะเสี่ย Microsoft ไปแบบขาดลอย ราคานี้สูงกว่าที่ Google ให้หนู YouTube ที่ 1.76 พันล้านเหรียญเสียอีก

Google acquires DoubleClick

หลายคนอาจสงสัยว่าราคา 3.1 พันล้านเหรียญ (เอากำไรสุทธิของปี 2006 ทั้งปีไปซื้อเว็บเพียงเว็บเดียว) เป็นราคาที่สมเหตุสมผลจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่เสี่ยหนุ่มอย่าง Google อยากเอาชนะอาแปะพุงพลุ้ยอย่าง Microsoft กันแน่?

เราลองมาดูกันครับว่าเสี่ย Google อยู่ในอารมณ์อยากประมูลให้ชนะเพื่อความสะใจเฉยๆ หรือว่าเบื้องหลังมีวิธีการคำนวณราคาซื้อที่เหมาะสมกันแน่

รูปภาพของ MacroArt

แต่จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็มีคนทั่วโลกนับล้านคนที่ใช้บริการเว็บเหล่านี้

Network Effect คือคุณลักษณะที่คุณค่าหลักของสินค้าหรือบริการหนึ่งๆ ไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการนั้นๆ แต่อยู่ที่จำนวนผู้ใช้สินค้าหรือบริการ ยิ่งมีจำนวนมาก คุณค่าก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

รูปภาพของ MacroArt

ช่วงนี้มีร้านอาหารอินเทรนด์เปิดใหม่ขึ้นมาอีกร้านแล้ว ชื่อร้าน MOS Burger ซึ่งเป็นร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น เป็นที่ร่ำลือกันว่าอร่อยกว่า Mc Donalds ซึ่งผมเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ทดลอง เพราะเท่าที่อ่านตามกระทู้ ทำให้ทราบว่าต้องรอคิวนานมาก บางคนครึ่งชั่วโมง บางคน 45 นาที

MOS Burger Teriyaki Chicken
เบอร์เกอร์ไก่เทอริยากิ

นึกถึงสมัยที่ Rotiboy มาเปิดใหม่ๆ นะครับ คนไปต่อคิวกันเป็นชั่วโมง ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย อุตส่าห์ไปต่อคิวตั้งแต่ร้านเปิดตอนเจ็ดโมงครึ่ง แต่มีเรียนตอนเก้าโมงเช้า กว่าจะได้ขนมปังมา 4 ก้อนก็ตอนเก้าโมงครึ่ง ทุกวันนี้คงไม่มีใครไปต่อคิวซื้อขนมปังเม็กซิกันรสกาแฟแล้ว

MOS Cheese Burger
มอสชีสเบอร์เกอร์

รูปภาพของ MacroArt

จากบทความเรื่อง <Online Traffic Matrix วิธีวัดว่าเว็บของคุณดังแบบไหน> ผมได้นำเสนอกรอบแนวคิดของ Online Traffic Matrix ไป ได้มีคนให้ข้อคิดเห็นมาถึงผมว่า ทุกวันนี้ Portal Site ก็มีลักษณะคล้ายกับ Content Site แบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยเลย บ่อยครั้งที่เราใช้เว็บแบบ Portal Site แล้วรู้สึกติดใจ คลิกดูหน้านั้นหน้านี้เยอะแยะไปหมด ก็เพราะ Portal Site นั้นได้ผนวก Content เข้าไปด้วย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันอาจจะกลายเป็น Community Site ไป อย่างเช่นเว็บ Google ซึ่งถ้าดูจากนิยามแล้ว มันเป็น Portal Site ที่ทำหน้าที่ส่งคนออกนอกเว็บของมันเอง แต่ถ้าเราดูจาก Online Traffic Matrix มันคือ Community Site ของแท้เลย เพราะคนเข้าเว็บ Google เยอะมาก แต่ละคนก็สร้าง Pageviews ให้แก่ Google เยอะเช่นกัน (การที่คุณ search หนึ่งครั้ง ก็เท่ากับสร้าง 1 Pageviews ในหนึ่งวันคุณใช้ Google search หาข้อมูลกี่ครั้งครับ?)

รูปภาพของ MacroArt

เมื่อวานนี้ไปดูหนังเรื่อง "แฝด" มาครับ ผมไปดูที่เมเจอร์เพชรเกษม ซึ่งเป็นโรงที่อยู่ในละแวกบ้านผม แต่ผมไม่เคยไปใช้บริการมาก่อนเลย เพราะส่วนใหญ่จะไปใช้บริการที่ปิ่นเกล้ามากกว่า

Syndicate content

Powered by Drupal - Artinet Theme edit by Donuzz