Baidu.com ประกาศบุกตลาดญี่ปุ่นปีหน้า

0

ไป่ตู้ดอทคอม (Baidu.com) เว็บไซต์สืบค้นข้อมูลอันดับหนึ่งของจีนประกาศแผนรุกตลาดประเทศญี่ปุ่นอย่าง เป็นทางการ คาดว่าจะเริ่มจุดพลุให้บริการได้ในปีหน้า ด้านนักลงทุนเชื่อมั่นเต็มที่จนส่งให้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นราว 2 เปอร์เซ็นต์ทันทีที่ประกาศ ขณะที่นักวิเคราะห์ไม่ฟันธงว่าแผนการดังกล่าวจะสำเร็จอย่างงดงามหรือไม่

การตัดสินใจครั้งนี้ของไป่ตู้เกิดขึ้นหลังจากการพัฒนาเทคโนโลยีการสืบค้นด้วย ภาษาญี่ปุ่นเป็นเวลา 6 เดือน ถือเป็นการกระโดดร่วมวงเข้าแข่งขันกับเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่อื่นๆอย่างยาฮู (Yahoo Japan) กูเกิล (Google) และเอ็มเอสเอ็น (MSN) ที่เปิดให้บริการในญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้ โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไป่ตู้มองว่าจะสามารถโกยคะแนนนิยมจากชาวญี่ปุ่นได้ คือ ความคล้ายคลึงด้านภาษาระหว่างภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสืบค้นทางภาษาที่ไป่ตู้ถนัด

ขณะนี้ไป่ตู้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแผนการดำเนินงานในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากเพราะปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ แพร่หลาย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการตัดสินใจโกอินเตอร์ครั้งนี้อาจหมายถึงไป่ตู้มองเห็น ความเสี่ยงที่จะสูญเสียตำแหน่งเว็บไซต์สืบค้นยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศ จีนไป จึงทำให้ตัดสินใจเดินแผนขยายตลาดต่างประเทศเป็นการทดแทน

"หาก ประเทศจีนยังคงมีโอกาสเติบโตที่ชัดเจนจริง ทำไมไป่ตู้จึงเททรัพยากรและความสนใจไปที่การเข้าสู่ตลาดประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะเป็นตลาดใหญ่ที่มีทิศทางเติบโตชัดเจนกว่ามาก แต่ก็มีอัตราการแข่งขันกับเว็บไซต์สืบค้นใหญ่ๆที่ดุเดือดกว่ามากมายนัก" แอนโธนี โนโต้ (Anthony Noto) นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยโกลด์แมน แซชส์ (Goldman Sachs) กล่าว

จริงอยู่ที่ไป่ตู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทซึ่งประสบความสำเร็จมากมาย ในประเทศจีน โดยเป็นเว็บไซต์สืบค้นเบอร์หนึ่งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีนกว่า 60 เปอร์เซ็นต์เลือกใช้งาน แต่นักวิเคราะห์บางรายกลับมองว่าไป่ตู้อาจไม่สามารถโกยคะแนนในตลาดญี่ปุ่น ได้อย่างง่ายดายเช่นที่ทำได้ในประเทศจีนบ้านเกิด โดยเชื่อว่าไป่ตู้อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะบรรลุผล

การทำศึกบริการเว็บไซต์สืบค้นข้อมูลในประเทศญี่ปุ่นนั้นเน้นที่การเสนอ บริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างดุเดือด โดยเฉพาะบริการสืบค้นบนโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นนั้นนิยมใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์

สำหรับความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของผู้ร่วมชิงชัยในสมรภูมินี้คือ การจับมือระหว่างกูเกิลและเคดีดีไอ (KDDI) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับสองของญี่ปุ่น และการเสนอบริการเทคโนโลยีสืบค้นข้อมูลของตัวเองบนโทรศัพท์มือถือของเอ็นที ทีโอโคโม (NTT DoCoMo)

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: