หลังจากที่เคยเปรยไว้ใน ?B2B ทะเลสีครามที่กำลังจะเดือด? เมื่อสองเดือนก่อน เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะมา review เว็บ TARADb2b.com ให้ได้เล่นกันก่อนที่จะเปิดให้ใช้งาน (ด้วยความที่สนิทชิดเชื้อกับทาง TARADb2b เป็นพิเศษ) แต่ตอนนี้ทางเว็บเขาได้เปิดให้ใช้งานไปซะแล้ว ก็ช่างมัน ก็ขอทำตามสัญญา เดินหน้า review ต่อไป เผื่อบางท่านที่ทำธุรกิจ ขายส่ง ซื้อส่ง ส่งออก นำเข้า หรือพวก B2B (Business to Business) ทั้งหลาย อาจจะสนใจแล้วเข้าไปใช้งานกันดู
TARADb2b.com เป็นบริษัทที่เปิดตัวแยกออกมา และอยู่ภายใต้ TARAD GROUP คือชื่อ TARAD ก็บอกนะครับว่าทำเกี่ยวกับ E-Marketplace ส่วน B2B ก็ตรงตัวเช่นกันว่าเป็นประเภท Business to Business
อย่างที่ผมเคยเล่าใน ?B2B ทะเลสีครามที่กำลังจะเดือด? ว่า การทำ B2B ช่างยากเย็นแสนเข็ญและมีอุปสรรคนานา เนื่องด้วยสาเหตุหลายประการ แต่ตัว TARADb2b นอกจากจะเริ่มต้นกรุยทางด้วยการโดดออกจาก บริษัท ตลาด ดอท คอม มาเป็นบริษัทเต็มตัวแล้ว ก็ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน - Thailand Board of Investment) และ SIPA (สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรณ์มหาชน) - Software Industry Promotion Agency) จึงทำให้เรื่องของความน่าเชื่อถือมีสูง และเป็นกรณีศึกษาที่ยังไม่เคยเกิดกับเว็บไซต์ B2B ที่อื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย (ถ้าใครรู้จัก BOI และเคยมีส่วนร่วม จะรู้ว่าการขอให้ BOI สนับสนุนนั้น เป็นเรื่องยากมาก ตรงนี้ พี่ป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เจ้าพ่อ TARAD.com ก็ได้มือดีมาคนหนึ่งที่มาคุมเรื่องนี้ นั่นก็คือ พี่ป๊อป สุธน โรจน์อนุสรณ์)
เอาหละครับ เกริ่นที่มา มาเยอะแล้ว คราวนี้ลองมาดูความสามารถของ TARADb2b.com บ้าง
1. Multi-Language
ระบบได้ทำการรองรับ 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ (English), จีน (Mandarin), ไทย (Thai), ญี่ปุ่น (Nihonggo), เวียดนาม (Tieng Viet) เพื่อให้ผู้ที่เข้ามา ซื้อ ขาย จากประเทศอื่นๆ ได้รับความสะดวกที่สุด และเข้าใจได้ง่ายที่สุด และเป็นจุดสำคัญที่ เว็บไซต์ B2B ส่วนใหญ่มักจะไม่มีกัน ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่โดยส่วนตัวมองว่า ข้อดีมีมากกว่า เพราะสะดวกกับทุกฝ่าย
2. Multi-Content by Language![]()
สืบเนื่องจากมันมีหลายภาษาเพื่อรองรับการค้าข้ามชาติ ดังนั้น จึงมีเรื่องของภาษาที่ใช้ลงข้อมูลสินค้า เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กล่าวคือ เมื่อสมาชิกจะเพิ่มสินค้าใด สินค้าหนึ่ง เขาสามารถเพิ่มสินค้าครั้งเดียว แต่ได้หลายภาษาพร้อมกัน ดังนั้น เมื่อลูกค้าที่ใช้ภาษาอื่นสนใจคลิกเข้ามาดู แ้ล้วสมาชิกได้ทำการเพิ่มสินค้าภาษานั้น ก็จะทำให้ลูกค้าในภาษานั้น ทำความเข้าใจในตัวสินค้าได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างนะครับ เช่น
เราลงสินค้าตัวหนึ่งโดยใส่ข้อมูลทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน จากนั้นเมื่อมีลูกค้าที่เขาใช้ภาษาไทย อังกฤษ และจีนเข้ามาดู เขาจะเจอข้อมูลในส่วนของภาษา นั้นๆ เท่านั้น แต่ถ้าลูกค้าเข้ามาดูในรูปแบบของภาษาญี่ปุ่น เขาก็จะไม่เห็นสินค้าตัวนี้ของเรา และเมื่อเข้าเข้าดูทั้งอังกฤษหรือไทย ข้อมูลที่ได้รับก็จะไม่เหมือนกัน ก็ตามแต่สมาชิกได้ลงข้อมูลในภาษานั้นอย่างไร ดังนั้นแล้ว ถ้าจะต้องการขายคนทั้งโลก ควรจะลงข้อมูลให้ครบทุกภาษา หรือลงเป็นภาษาอังกฤษให้หมด (แต่แนะนำว่า ภาษาไหนก็ภาษานั้น เพื่อความสะดวกของผู้ซื้อ-ขายคนอื่นๆ)
แนวความคิดนี้จะช่วยทำให้เจาะจงกลุ่มลูกค้าไปในตัว พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้ากลุ่มนั้นๆ ด้วยการให้ข้อมูลที่เขาเข้าใจได้ง่าย
รูป อธิบายตัวอย่างกันทำงานของ Multi-Comtent
3. Product Showroom and Company Profile for Supplier
TARADb2b.com ได้ทำการสร้างส่วนแสดงสินค้าไว้ให้แก่บริษัทและผู้ผลิต รวมไปถึงเป็นส่วนที่ให้บริษัทและผู้ผลิต ได้ทำการลงข้อมูล การติดต่อของตนเอง เพื่อให้ความสะดวกแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้น เสมือนหนึ่งว่า ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีเว็บส่วนตัวเพื่อแสดงสินค้า เพียงแต่เป็นสมาชิกกับ TARADb2b.com ก็จะได้ระบบ Catelog Online และ Company Profile ไปในตัว
4. Speed up Success by Selling Lead and Buying Lead
นอกเหนือจากลงข้อมูลสินค้าได้แล้วเราสามารถสร้างกระแส หรือโปรโมตสินค้านั้นๆ โดยการนำข้อมูลสินค้านั้นๆ มาประกาศซื้อ (Buying Lead) หรือ ประกาศขาย (Selling Lead) ได้อีกด้วย ตรงส่วนนี้จะคล้ายๆ กับลูกค้าไปโพสขายของตามเว็บบอร์ดทั่วไป เพราะสินค้าใน Showroom เราได้ทำการลงข้อมูลไว้จะอยู่นิ่งๆ ดังนั้นต้องทำการประกาศให้ลูกค้าคนอื่นทราบว่าเราทำการขาย หรือซื้อด้วย เพื่อเพิ่มจุดสนใจ หรือแรงจูงใจในการเข้ามาซื้อ-ขาย ดังนั้น ข้อมูลที่ประกาศ อาจจะเป็นข้อมูลเชิงคร่าวๆ เหมือนกับเราทำโปรโมชั่นสินค้าหนึ่งๆ จากนั้นให้ลูกค้าคลิกเ้ข้ามาดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
5. Post Lead and Auto Join
ถ้าลูกค้าใจร้อนต้องการลงประกาศซื้อ (Buying Lead) หรือ ขาย (Selling Lead) แต่ไม่ได้เป็นสมาชิก ก็สามารถลงข้อมูลสินค้า พร้อมกับสมัครสมาชิกไปพร้อมๆ กันได้เลย ถือว่าเป็นเครื่องมือที่สะดวกมากๆ
6. Tag
ในสมัยนี้ การใช้ Tag หรือ Keyword เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นจุดที่แสดงให้ลูกค้า ได้เห็นว่าเว็บนั้นๆ สินค้าใดเยอะ และสามารถคลิกดูข้อมูลสินค้านั้นได้ทันที โดย TARADb2b.com ได้ทำ Tag ในตัว Lead แต่ละตัว และ Product รวมไปถึง ทำการแสดง Tag Cloud ในหน้าแรกด้วย ซึ่งจะทำให้ลุกค้าค้นหาได้ง่ายขึ้น
7. RSS
RSS คือ ระบบที่จะทำการดึงสินค้าจาก TARADb2b.com มาแสดงในโปรแกรม Reader ของเรา เมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ มันจะทำการแจ้งเตือนตลอดเวลา ดังนั้น ทำให้ลูกค้ามีการอัพเดทข้อมูลสินค้าที่ต้องการซื้อ ต้องการขาย หรือสินค้าคู่แข่งได้อยู่ตลอดเวลา ผ่าน RSS
8. Trade Alert
ระบบนี้จะให้เราทำการใส่ Keyword ของสินค้าที่ต้องการ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เช่น 1 วัน 7 วัน ก็จะมีอีเมลแจ้งเตือนมาที่เราว่า ได้มีสินค้าใดบ้างที่มี keyword ตรงกับที่เราต้องการ ดังนั้น ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่มีไว้ให้ลูกค้ามีการอัพเดท ข้อมูลสินค้าได้ตลอดเวลา ว่าใครต้องการซื้อ ใครต้องการขายอะไร หากเรามี ก็สามารถจัดหามาตอบสนองให้ได้ทันที
9. Lead and Profuct Favorite
เมื่อเราชอบสินค้าตัวใด หรือ ประกาศตัวใด เราสามารถจดจำสินค้านั้น ประกาศนั้นด้วยการ Add Favorite ไว้ก่อน เพื่อย้อนกลับมาดูอีกครั้งในภายหลัง หรือ ไว้ให้คนที่ตัดสินใจซื้อ-ขายในบริษัทของเรา ได้เข้ามาดูอีกครั้งหนึ่ง ตามรายการที่เราทำการจดจำไว้
10. Social Bookmarking
นอกจากจะมี Add Favorite ภายในเว็บไซต์แล้ว ก็ยังมีให้ทำการ Bookmarking ภายนอกเว็บไซต์ด้วย สำหรับลูกค้าที่ได้ใช้บริการของ Social Bookmarking และจะเป็นการเพิ่มยอดจำนวนผู้เข้าชมสินค้าของเราทางอ้อมผ่านทาง Social Bookmarking และ Search Engine ได้อย่างดี
11. Contact Management
ใน TARADb2b.com จะมีบริษัทและผู้ผลิตมากมาย ดังนั้น การที่จะจดจำ รายชื่อไว้ในระบบอื่นหรือโปรแกรมอื่น หรือจดลงกระดาษ อาจจะไม่สะดวก ดังนั้นจึงมีระบบ Contact เพื่อเข้ามาจัดการข้อมูลตรงจุดนี้ด้วยเช่นกัน
12. Private Message
เนื่องจากการค้าแบบ B2B จะไม่สะดวกในการชำระเงินสด เพราะปริมาณของเงินมีมูลค่าสูงมาก จึงมักจะใช้วิธีการติดต่อผ่านเอกสารต่างๆ ดังนั้นระบบข้อความจึงได้ถูกนำมาใช้ในการติดต่อเบื้องต้น แต่ในอนาคตเท่าที่รู้มา จะมีการนำเอาระบบ เอกสารอิเล็กโทรนิคส์ เข้ามาใช้ ซึ่งตรงนี้เราก็คงต้องรอดูกันต่อไป
13. SEO and Design Optimize
เว็บไซต์ของ TARADb2b.com ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ CSS แทบจะ 100% จึงทำให้การเข้าใช้งาน โหลดเร็วกว่าใช้วิธีเขียนแบบ HTML ปกติทั่วไปไม่มากก็น้อย และทุกส่วนทุกหน้า ถูกทำ SEO (Search Engine Optimize) ดังนั้น สมาชิกที่ได้ลงสินค้าไว้กับ TARADb2b.com จะถูก Search Engine ค้นเจอได้ไม่ยากนัก ผนวกกับ การถูกนำไปโปรโมทบนเว็บไซต์ TARAD.com และ Thaisecondhand.com จึงทำให้ ลำดับการแสดงของสินค้าในหน้า Search Engine เช่น Google จะถูกจัดลำดับให้แสดงในอันดับต้นๆ
เป็นการเขียนที่แสนจะยาวนานมากสำหรับการ review TARADb2b.com แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายจุด ที่ผมไม่ได้นำมาพูดถึง แต่ระบบโดยรวมจะคล้ายๆ กับ Alibaba ของจีนอยู่พอสมควร แต่ก็มีจุดเด่นของตนเองหลายอย่าง และได้ผสมผสานเรื่องของเทคโนโลยี Web 2.0 เข้าไปหลายจุด ดังนั้น แล้ว เป็น B2B E-Marketplace ที่พูดได้ว่าสมบูรณ์แบบ และ น่าใช้มากที่สุดเลยก็ว่าได้ คราวนี้ก็เหลือแต่เพียง การทำการตลาด และกระแสตอบรับธุรกิจ B2B ในประเทศไทยเท่านั้น ที่จะเป็นตัวตัดสิน สงคราม B2B ของไทย ในครั้งนี้







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น