โมบาย 4.0 ใครจะอยู่ ใครจะไป ?

0

การตลาดยุคเวบ 2.0 ที่ทำให้ทฤษฎีการตลาดแบบ Long Tail กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในวงการ กระชากความรู้ และความรู้สึกของนักการตลาดยุคคลาสสิกครั้งให

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

สมัยก่อน เราจะเห็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือกูรูที่มีชื่อเสียงด้านการตลาด ออกมาให้สัมภาษณ์หรือจัดสัมมนามากมาย ห้องสัมมนาต่างๆ ก็มักจะเต็มคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ตื่นตาตื่นใจกับวาทะ ลีลา และวิธีการคิดสมัยใหม่ทางด้านการตลาด แต่เดี๋ยวนี้ ผมเริ่มจำไม่ได้ว่า ใครเป็นนักการตลาดที่เราควรจะฟัง ควรจะติดตามความคิด ? เพราะอะไร ?

ผมคิดว่า การตลาดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะยุคเวบ 2.0 ที่ทำให้ทฤษฎีการตลาดแบบ Long Tail กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในวงการ กระชากความรู้ และความรู้สึกของนักการตลาดยุคคลาสสิกครั้งใหญ่ ทำให้นักการตลาดสมัยก่อนประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต ถูกเก็บเข้ากรุไปแล้วจำนวนมาก เพราะตามไม่ทัน ไม่มีความรู้และตำราเมืองนอกให้อ่าน ไม่สามารถเก็บมาเล่า เก็บมาขายความรู้ได้อย่างเท่าทัน

มีคนกล่าวว่า ในยุคหลังอินเทอร์เน็ต ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบมากนัก เพราะทุกคนล้วน ?เป็นมือใหม่? ในวงการ ตำราการตลาดที่ดี ?ต้องเขียนเอง? จึงจะชนะ หากใครมัวจะเลียนแบบคนอื่น คงต้องกินน้ำใต้ศอก และหมดปัญญาที่จะสู้ เพราะสงครามการตลาดจากนี้ไป ไม่ได้เป็นสงครามด้านเงินทุนอย่างเดียว แต่เป็นทุนปัญญา และการแข่งกันเรื่องความลึกล้ำด้านบิซิเนส โมเดล

บิซิเนส โมเดลที่เหนือโลก ก็เช่น กูเกิล..ใครจะไปรู้ว่า กูเกิลจะชนะไมโครซอฟท์ ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ใช่บริษัทซอฟต์แวร์ แต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยการเป็นบริษัทมีเดีย..ขายสื่อขายโฆษณา เป็นบริษัทที่ไม่มีพนักงานขายโฆษณา ใช้หุ่นยนต์ (ซอฟต์แวร์) ในการขายโฆษณาแบบออคชั่น แบบประมูลตามความพึงพอใจ และหลักดีมานด์ซัพพลายแทน

ใครจะรู้ว่าอีเบย์ จะกลายเป็นตลาดค้าปลีกค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก แทนที่จะเป็นโบ๊เบ๊ หรือตลาดไทแถวๆ รังสิต และต่อไป อีเบย์..อาจจะเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย และใหญ่เสียจนกรมสรรพากรและศุลกากรตามไม่ทัน เก็บภาษีไม่ได้

ในยุคเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ต เราอาจจะหนีความตายไม่ได้ แต่เราอาจจะหนีสรรพากรได้ ?!

และนี่ก็คืออีกตัวอย่างที่น่าจับตามอง…เมื่อ “โนเกีย” ประกาศตัวเองเป็น ?ไอเอสพี? บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แทนที่จะเป็นบริษัทขายเครื่องมือถือ หรืออุปกรณ์เน็ตเวิร์คเหมือนก่อน

โนเกีย ผู้โด่งดังและเป็นดาวค้างฟ้ามาเนิ่นนานหลังยุคมือถือเปลี่ยนจากอนาล็อกไปเป็นดิจิทัล มีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก และที่จีนกว่า 40% แต่..วันนี้เริ่มเกิดความกลัว มีการปิดโรงงานผลิตที่เยอรมันไปแล้ว ทำให้คนเยอรมันประท้วงไม่ใช้มือถือยี่ห้อนี้จำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีการควบรวมกับบริษัทซีเมนส์ เพื่อกลายเป็นบริษัทโนเกีย-ซีเมนส์ เน็ตเวิร์ก ผู้ผลิตและให้บริการด้านเน็ตเวิร์ค 3 จีและ 4 จีที่กำลังจะตามมา..แต่ก็อาจจะสายไป หากระบบสื่อสารข้อมูลยุคนี้ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มจากยุคจีเอสเอ็ม แต่ไปใช้เทคโนโลยีแบบไวแมกซ์ ที่ไม่มีการผูกขาดทางด้านเทคโนโลยี

อะไรคือสิ่งที่โนเกียกำลังกลัว ? โมเดลทางธุรกิจแบบใหม่ที่สตีฟ จ็อบส์ แห่งแอ๊ปเปิ้ลเขียนเองและเล่นเอง ที่น่าสนุกก็คือ มีบริษัทน้อยใหญ่บ้าจี้เห็นดีเห็นงามกับโมเดลทางธุรกิจแบบแอ๊ปเปิ้ลด้วย

แอ๊ปเปิ้ล นำโดยสตีฟ จ็อปส์ ได้เปิดตัวมือถือไอโฟน นวัตกรรมแห่งปีที่นิตยสารชั้นนำขึ้นปกและให้รางวัลมากมาย สิ่งที่ไอโฟนนำมาสู่วงการมือถือ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์และดีไซน์ที่แตกต่าง โดดเด่น แต่นำมาซึ่งโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่ทำให้บริษัทมือถือต่างๆ อ้าปากค้างตามๆ กัน

แอ๊ปเปิ้ลเปิดตัวมือถือ โดยเลือกระบุโอเปอเรเตอร์ได้..นี่ก็คือสิ่งใหม่ในวงการ ซึ่งไม่มีในตำราการตลาดเล่มไหน และที่สำคัญ บริษัทเอทีแอนด์ทีก็ยอมรับด้วย เพราะสิ่งที่เอทีแอนด์ทีจะได้ จะไม่ใช่แค่การขายแอร์ไทม์จากการคุยสนทนาทางมือถือ แต่จะมีรายได้จากโปรแกรมต่างๆ ของแอ๊ปเปิ้ล ที่จะล่อหลอกให้ผู้ใช้มือถือ ใช้แอร์ไทม์ในลักษณะ Non Voice มากขึ้น

และสิ่งเหล่านี้เอง เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของวงการธุรกิจ ทั้งมือถือและไอที จนกระทั่งกูเกิลเอง ก็ต้องกลับลำมาดูเรื่องตลาดมือถือใหม่ และมีแผนที่จะทำโทรศัพท์มือถือออกมาขายแข่งกับเขาด้วย โดยมีการขอสัมปทานย่านความถี่มือถือขึ้นมาใหม่ เพื่อให้แตกต่างไปจากรายเดิม

ล่าสุด เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แอ๊ปเปิ้ลได้เปิดเจรจาขายไอโฟนในญี่ปุ่น โดยเจรจากับเอ็นทีทีโดโคโม (NTT DoCoMo) ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่น เพื่อวางจำหน่ายไอโฟน

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ทำไมเจ้าของแบรนด์โทรศัพท์มือถือรายเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์ทั่วโลกไม่ถึง 2% ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับโนเกีย โมโตฯ ซัมซุง และโซนี่ แต่ทำไมเขาจึงมีอำนาจและสิทธิพิเศษในการขอเจรจากับโอเปอเรเตอร์ ? และเป็นการเจรจาเพื่อขอส่วนแบ่งค่าบริการจากเอ็นทีทีฯ !!

จู่ๆ โอเปอเรเตอร์ยักษ์ใหญ่ อำนาจต่อรองก็หมดไป กลายเป็นแอ๊ปเปิ้ลอยู่เหนือกว่า โดยมีเครื่องมือถือ ซอฟต์แวร์ และคอนเทนท์ เป็นจุดแข็ง และเป็นตัวต่อรอง

อนึ่ง แอ๊ปเปิ้ลวางแผนที่จะเปิดตัวมือถือทั่วเอเชียภายในปีนี้ โดยประมาณการว่าจะเพิ่มการผลิตและยอดขายจาก 1.4 ล้านเครื่องในอเมริกา (เฉพาะเอทีแอนด์ที) ให้กลายเป็น 10 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในปีนี้ โดยมีการเจรจากับโอเปอเรเตอร์มือถือหลายรายทั่วยุโรปและเอเชีย รวมทั้งไทยด้วย (ข่าวลือว่า เจรจากับสิงเทล บริษัทแม่ของบริษัทมือถือของไทยรายหนึ่ง และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ราวเดือนกรกฎาคมปีนี้)

สำหรับยุโรป ที่เยอรมันได้เจรจากับทีโมบายล์ ที่อังกฤษเจรจากับโอทู และฝรั่งเศสเจรจากับออเรนจ์ ส่วนที่จีนได้เจรจากับไชน่าโมบายล์

และนี่คือสาเหตุที่ โนเกีย ต้องดิ้นให้แรงนับจากนี้ และต้องปรับกลยุทธ์จากผู้ผลิตมือถือ กลายเป็นผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นบนอินเทอร์เน็ตแข่งกับไอเอสพี..ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายอื่นๆ ทั่วโลก และท้าชนบริษัทคอมพิวเตอร์ โดยมองว่า จากนี้ไปโนเกียจะต้องผลิตมือถือที่มีความสามารถระดับเดียวกับโน้ตบุ๊ค และมีดีไซน์ มีซอฟต์แวร์และคุณสมบัติที่บริษัทแอ๊ปเปิ้ล และไมโครซอฟท์ต้องเหลียวมอง

อนึ่ง หลังโทรศัพท์มือถือได้เริ่มหลอมรวมกับโลกของอินเทอร์เน็ต เข้าสู่ยุคเวบ 2.0 กลายเป็นชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ ผู้ใช้มือถือโนเกียก็เป็นหนึ่งในชุมชนออนไลน์ มีการดาวน์โหลดเพลงถึง 30% ขณะที่ยอดขายมือถือรุ่นมัลติมีเดีย (ฟังเพลงได้) มียอดขายในปีที่แล้ว 146 ล้านเครื่อง มือถือพร้อมกล้อง 200 ล้านเครื่อง โนเกีย เอ็นซีรีส์ 38 ล้านเครื่อง และโนเกีย อีซีรีส์ 7 ล้านเครื่อง รวมทั้งสิ้น 437 ล้านเครื่อง

แต่..กลับมีอำนาจต่อรองแพ้แอ๊ปเปิ้ล ไม่สามารถต่อรองขอส่วนแบ่งรายได้จากโอเปอเรเตอร์ได้ (คาดว่าในปีนี้ ยอดขายมือถือทั่วโลกจะมีถึง 1.14 พันล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10%)

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจมือถือยุค 4.0 ได้เปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งแอ๊ปเปิ้ล ได้ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของวงการธุรกิจ เฉกเช่นเดียวกับกูเกิลฉีกกฎเกณฑ์ของโลกซอฟต์แวร์แห่งไมโครซอฟท์ไปแล้ว

พรุ่งนี้ โนเกียอาจจะเพลี่ยงพล้ำก็เป็นได้ !!
http://www.bangkokbiznews.com/2008/03/06/WW71_7104_news.php?newsid=236294

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: