ออฟฟิศเมทโอดลูกค้าสำนักงานซบ รุกขายผ่าน"เน็ต-มือถือ"เจาะตรงคนทำงาน-นักเรียน

0

"ออฟฟิศเมท" ปรับทิศรุกขยายตลาดส่วนบุคคลผ่านเว็บไซต์เทรนดี้เดย์ดอตคอม โฟกัสกลุ่มพนักงานออฟฟิศ เล็งขยายกลุ่มลูกค้าติดบ้าน นักเรียนมัธยม หลังตัวเลขลูกค้าสำนักงานซบเซาตาม ศก. มั่นใจเทรนด์อีคอมเมิร์ซโตต่อเนื่อง สุ่มพัฒนา? รูปแบบการขายใหม่ "โมบายคอมเมิร์ซ"

นายวรวุฒิ อุ่นใจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อกและออนไลน์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ช่วงไตรมาสแรก?? ที่ผ่านมายอดขายลดลง 20% ซึ่งเป็นผล??? มาจากลูกค้ามีกำลังซื้อลดลง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมฯที่ลดค่าใช้จ่าย และไตรมาส 2 ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นมาเริ่มทรงตัว

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการปรับตัวเพื่อที่จะรุกตลาดให้หนักขึ้น โดยการเพิ่มคอลเซ็นเตอร์เป็น 40 คน จากเดิมมี 15-30 คน รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการขยายตลาดออกไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เป็นกลุ่มบุคคล ซึ่งจะโฟกัสกลุ่มพนักงานออฟฟิศและลูกค้าตามบ้าน นอกจากนี้ปีหน้ามีแผนเพิ่มเซ็กเมนต์สินค้าและกลุ่มเป้าหมายโฮมแอนด์สกูลโปรดักต์ จับกลุ่มเป้าหมายนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าองค์กรเอกชนและราชการ

"การขยายตลาดส่วนบุคคลนี้จะทำผ่าน www.trendyday.com ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผนมา สินค้าที่จะนำมาขายจะเน้นสินค้าดีไซน์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ และจะทำการตลาดจริงจังมากขึ้นด้วยการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ รวมถึงสะสมคะแนนจากการซื้อผ่านเว็บเพื่อนำมาแลกรับของรางวัล"

นายวรวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทยังจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีมีไม่ต่ำกว่า 4,000 รายการ จากปัจจุบันมีสินค้าอยู่กว่า 3,000 รายการ จาก 8 กลุ่มสินค้า รวมทั้งจะนำสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาจำหน่ายด้วยในไตรมาสสุดท้าย

"ปัจจุบันช่องทางการขายรูปแบบอีคอมเมิร์ซมีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้นและเป็นอีกช่องทางซัพพลายเออร์ให้ความสนใจในการขยายตลาดใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสของบริษัทเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและรายได้ นอกจากนี้จะพัฒนารูปแบบการขายที่เรียกว่า โมบายคอมเมิร์ซ โดยใช้มือถือเข้าเว็บไซต์และสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าและไลฟ์สไตล์ลูกค้าเป้าหมาย"

นายวรวุฒิกล่าวว่า ปีนี้แม้ว่าบริษัทจะลดงบฯการตลาดลงเหลือเพียง 30 ล้านบาท จากที่ใช้อยู่ 40 ล้านบาท แต่จะเน้นการใช้งบฯอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทำตลาดผ่านอีเมล์มาร์เก็ตติ้ง รวมทั้งมีการจัดโปรโมชั่นแคมเปญมากขึ้น พร้อมทั้งลดอัตราการจัดส่งขั้นต้นลงเป็น 800 บาท จากเดิม 4,000 บาท เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจให้ซื้อง่ายขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนบุคคลและบริษัทขนาดเล็กในต่างจังหวัด รวมทั้งองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศก็หันมาใช้บริการเพิ่มขึ้น

"จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้น คาดว่าบริษัทอาจโตลดลง 10% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 12% สำหรับความคืบหน้าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯคงต้องรอพิจารณาเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นจึงเริ่มขายหุ้น พร้อมกันนั้นวางแผนว่าปี 2554 จะเริ่มทำตลาดต่างประเทศ" นายวรวุฒิกล่าว

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: