ว่าด้วยการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้

0

เจ้าของบล็อกหายไปกับกระแสสังคมสักพักใหญ่ บวกกับการงานรุมเร้าให้กลางคืนไม่ได้มีสมาธิเขียนบล็อก หายไปราวกับทิ้งบล็อกให้ร้างเลยทีเดียวบัดนี้ กลับมาแล้ว คนอ่านหายกันไปหมดหรือยังน้อ แฮ่ ว่าจะอัพเดทบล็อกสั้นๆสลับกับบล็อกยาวๆดีกว่า ไม่งั้นเขียนบล็อกยาวๆทีไรต้องหาจังหวะว่างงาน จะได้มีสมาธิต่อเนื่องยาวๆนานๆ ในการอัพ

 

วันนี้เรามาว่าด้วยการ ?เก็บข้อมูลจากผู้ใช้?เป็นการฉลองตีมใหม่ก็แล้วกันทนใช้อันเก่าอยู่ได้ตั้งนาน

 

นักพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และระบบแทบจะร้อยทั้งร้อยต้องเจอกับประสบการณ์ฝันหวานอย่างเรื่องลูกค้าเปลี่ยนแปลงโดยถ้วนหน้ากันแล้วบางคนจึงคร้านจะคุยกับลูกค้า นั่งเทียนเอาเองง่ายกว่าเยอะเลยและหลายๆครั้งก็ประสบพบเจอว่า นั่งเทียนหรือถาม ก็มักจะมีค่าเท่ากัน

ประเด็นคือ ปรกติแล้ว เรามักจะเจอลูกค้า หรือผู้ใช้ที่ไม่รู้หรอกว่าต้องการอะไรกันแน่ซึ่งเป็นหน้าที่ของเรา ๆ ที่จะต้องคิดว่าจะทำอะไรให้ลูกค้าดี เช่น ลูกค้าอาจจะคิดแค่ว่า เขาอยากได้กาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็ว ๆ ถ้าเราฟังลูกค้ามาแค่นี้ เราก็สามารถที่จะผลิตกาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆได้เพราะเรามี know-how ในการทำกาต้มน้ำอยู่แล้ว

แต่ความแตกต่างก็คือ เราไม่เคยรู้ว่าลูกค้าแขนไม่ค่อยดี เดินลำบาก หูตึง บางทีก็ให้หลานตัวเล็กๆยกให้และนั่นเป็นสิ่งที่ชี้วัดว่ากาต้มน้ำที่เราผลิตนั้น ลูกค้าใช้งานแล้วจะดีร้ายเด่นด้อยปลอดภัยอันตรายขนาดไหนกัน เส้นบางๆระหว่างการ?ทำได้? กับการ?ทำได้ดี? มันอยู่ตรงนี้ล่ะ นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องมานั่งเก็บข้อมูลจากผู้ใช้กัน

การเก็บข้อมูลจากผู้ใช้ ไม่ได้แปลว่า เราต้องไปเอาผู้คนมาจำนวนหนึ่ง แล้วเก็บไว้ในห้องที่เราเตรียมไว้ แล้วให้ทำสิ่งที่เราต้องการเราเคยทำ focus group อยู่ 2 ครั้งในแบบที่จับมานั่งในห้องที่กำหนดแต่ด้วยการทำงานช่วงหลังๆ ที่ใช้วิธีวิ่งไปคุยกับผู้ใช้ถึงที่ทำงานก็พบว่า เออ มันจริงกว่ากันเราจะได้เห็นทั้งซีนการทำงานของเขาสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเขาทั้งหลาย เอกสารที่ใช้งานจริงประสิทธิภาพของเครื่องที่เขาใช้อยู่จริงรวมไปถึงความชำนาญและความเคยชินในการใช้งานที่เครื่องของเขาเอง

การได้มาซึ่งข้อมูลจากผู้ใช้ในกรณีนี้ จะมาจากสองทางได้แก่
1. การสอบถาม
2. การสังเกตการณ์

?? การสอบถาม ก็อย่างเช่น การถามประชาชนว่าเลือกตั้งคราวนี้ จะเลือกใครการถามสาวๆว่า ในแต่ละเดือน ใช้จ่ายไปกับอะไรเป็นส่วนใหญ่เป็นการเก็บข้อมูลในมิติของ ?ความคิดเห็น? (Attitudinal) นั่นคือข้อมูลที่ให้จากการที่เขาคิดว่าเขามี เขาเป็น เขาทำบางคนอาจจะงงว่า อ้าว ก็แล้วไงคนบอกว่าเลือกพรรคสีส้ม มันก็คือข้อมูลว่าคนๆนั้นเลือกพรรคสีส้มหญิงสาวบอกว่าเธอใช้จ่ายไปกับมะม่วงดองมากที่สุดมันก็คือข้อมูลว่าเธอซื้อมะม่วงดองเป็นจำนวนเงินมากที่สุด

ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้ว อาจจะทำตามนั้นหรือไม่ก็ได้เพราะมันคือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำแต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้เพียงเราต้องเข้าใจว่า มันเป็นข้อมูลระดับความคิดเห็นซึ่งเราอาจจะต้องมานั่งกรองกับผู้ใช้อีกทีหนึ่งว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปตามที่คิดเห็นจริงๆหรือไม่

? การสังเกตการณ์ ก็เทียบกับการดูผลการเลือกตั้งของจริงหรือการที่ไปเห็นหญิงสาวซื้อของจริง ๆ เอาเข้าจริงประชาชนอาจจะเลือกพรรคสีฟ้ามากกว่าหรือหญิงสาวที่บอกว่าเอาเงินส่วนมากไปซื้อมะม่วงดองนั้

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply