วิธีประเมินสินค้าที่ขายบน eBay แล้วได้กำไรสูง

0

eBay มีสินค้าประกาศขายอยู่เป็นจำนวนมาก สินค้าบางกลุ่มเป็นสินค้าที่คนไทยขายแล้วขาดทุน เพราะต้นทุนค่าสินค้าสูงกว่าในต่างประเทศ หรือเพราะคนไทยขายตัดราคากันเองจนไม่เหลือกำไร แต่ก็มีสินค้าอีกหลายกลุ่มที่สามารถทำกำไรได้ ลองมาดูวิธีประเมินว่าสินค้ากลุ่มไหนขายได้กำไร ก่อนที่จะลงมือประกาศขายจริงกันครับ

สมการที่สำคัญที่สุดของการทำธุรกิจก็คือสมการกำไร

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน

สินค้าที่มีกำไรสูงก็คือสินค้าที่มีราคาขายสูงและมีต้นทุนต่ำ ถ้าเราสามารถหาสินค้าที่มีตัวเลขราคาขายและต้นทุนเป็นไปตามนี้ได้ นั่นก็คือโอกาสในการทำเงินบน eBay ครับ

แต่วิธีการหาราคาขายและต้นทุนของสินค้าสักชิ้นหนึ่งนั้นไม่ง่าย เพราะราคาขายของสินค้าชิ้นเดียวกันก็แตกต่างกัน เนื่องจาก eBay เป็นระบบประมูลที่ราคาขายจะขึ้นอยู่กับผู้ประมูลคนสุดท้าย ส่วนต้นทุนนี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะการทำธุรกิจ eBay นั้นมีต้นทุนยิบย่อยหลายจุด ต้นทุนแต่ละแบบต่างก็มีวิธีคิดที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าเราค่อยๆ คิดอย่างละเอียดรอบคอบ ก็สามารถคำนวณหากำไรของสินค้าแต่ละชิ้นได้ไม่ยากครับ

(หมายเหตุ ในบทความนี้ผมจะไม่นำเรื่องค่าส่งสินค้ามาคิดรวมด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้การหากำไรจากค่าส่งนั้นทำได้ยากขึ้น เพราะ eBay มีระบบ Detailed Seller Ratings แล้ว)

ราคาขาย

ตัวแปรตัวแรกที่จะต้องหาให้ได้ก่อนก็คือราคาขาย วิธีการหาราคาขายของสินค้าที่คุณไม่เคยขายมาก่อนนั้นทำได้ 2 วิธีครับ

วิธีแรกคือการทำวิจัยด้วยตัวเอง โดยเข้าไปใน eBay เพื่อค้นหาสินค้าที่คุณต้องการหาราคาขาย จากนั้นให้ Watch สินค้าเหล่านั้นไว้ ยิ่ง Watch เยอะเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะข้อมูลที่ได้จะเป็นราคาขายเฉลี่ยจริงๆ ไม่ใช่การสุ่มเลือกสินค้ามาเพียงหนึ่งชิ้นแล้วนำราคาขายของสินค้าชิ้นนั้นมาใช้เลย เพราะถ้าสินค้าชิ้นนั้นมีราคาขายสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากๆ ตัวเลขกำไรที่คำนวณออกมาตอนสุดท้ายก็จะผิดเพี้ยนไปเลย

หลังจากที่ Watch สินค้าไว้มากพอสมควรแล้ว พอสินค้าเหล่านั้นจบประมูล ก็ให้รวบรวมราคาปิดของสินค้าทุกชิ้นมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ย สินค้าชิ้นไหนขายไม่ได้ก็ไม่ต้องนำมาเฉลี่ยรวมด้วย คุณก็จะได้ราคาขายเฉลี่ยของสินค้าเพื่อนำมาคำนวณหากำไรต่อไป

วิธีแรกนี้เป็นงานที่ค่อนข้างเหนื่อย แต่ถ้าอยากสบาย ผมแนะนำให้ใช้วิธีที่สอง นั่นก็คือใช้บริการข้อมูลตลาดอย่าง Terapeak (อ่านบทความแนะนำการใช้งาน Terapeak) ซึ่งมีตัวเลขราคาขายเฉลี่ย (Avg. Price) มาให้เลย

ข้อมูลจาก Terapeak

ข้อมูลจาก Terapeak

หลังจากที่ได้ข้อมูลราคาขายเฉลี่ยแล้ว ก็ให้บันทึกเก็บไว้ก่อนครับ เพราะขั้นตอนต่อไปคือต้นทุนซึ่งมีความซับซ้อนและรายละเอียดเยอะ

ต้นทุน

ต้นทุนในการทำธุรกิจ eBay มีอยู่หลายส่วนได้แก่ Listing Fee, Final Value Fee, PayPal Fee, Withdrawal Fee, ต้นทุนสินค้า และค่าโสหุ้ยทั่วไป

ต้นทุนทั้งหมดจะต้องถูกคำนวณให้อยู่ภายใต้เกณฑ์เดียวกันคือ ?ต้นทุนต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น? ต้นทุนอย่าง Withdrawal Fee หรือค่าธรรมเนียมการถอนเงินจาก PayPal มาเป็นเงินบาท ซึ่งปกติคิดจากการสะสมยอดรายได้ของการขายสินค้าหลายๆ ชิ้นรวมกัน ก็จะต้องคิดแยกเป็นต้นทุนของสินค้าหนึ่งชิ้น หรือค่าโสหุ้ยทั่วไปอย่างเช่นค่าจ้างพนักงานถ่ายรูปสินค้า ก็จะต้องเฉลี่ยออกมาเป็นต้นทุนต่อสินค้าหนึ่งชิ้นด้วยเช่นกัน

ในที่นี้ผมจะไม่พูดถึงค่าโสหุ้ย เนื่องจากเป็นเรื่องของผู้ขายแต่ละคน ดังนั้นสมการต้นทุนของผมคือ

ต้นทุน = Listing Fee + Final Value Fee + PayPal Fee + Withdrawal Fee + ต้นทุนสินค้า

Listing Fee

Listing Fee ประกอบด้วย Insertion Fee (ค่านำสินค้าไปแสดงบน eBay) และ Upgrade Fee (ค่าตกแต่งประกาศสินค้าให้ดูสะดุดตา) ต้นทุนนี้จะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การตั้งราคาเปิดประมูลและวิธีการดึงดูดลูกค้าที่คุณเลือกใช้

ต้นทุนที่คำนวณได้นี้คือต้นทุนต่อการลิสต์สินค้าหนึ่งชิ้น แต่ยังไม่ใช่ต้นทุนต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น

ถ้าคุณลิสต์สินค้า 10 ชิ้น?มีต้นทุน Listing Fee ชิ้นละ $0.55?และสามารถขายสินค้าได้ทั้ง 10 ชิ้น แปลว่าคุณมีต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นอยู่ที่ $0.55

แต่ถ้าคุณลิสต์สินค้า 10 ชิ้น มีต้นทุน Listing Fee ชิ้นละ $0.55 แต่สามารถขายสินค้าได้เพียง 5 ชิ้น คุณจะมีต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นอยู่ที่ $0.55 x (10 / 5) = $1.10

ตัวเลขการลิสต์สินค้า 10 ชิ้น แต่ขายได้จริง 5 ชิ้น มีชื่อเรียกว่า Conversion Rate หรือ Success Rate หรือใน Terapeak เรียกว่า Sell-Through ตัวเลขนี้มีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขยอดขายเฉลี่ยเลย ผู้ขายบางคนเข้าใจว่าใช้แค่ Listing Fee ก็พอ แต่ความจริงแล้วต้องเอา Conversion Rate มาคิดร่วมด้วย

ถ้าลิสต์สินค้า 10 ชิ้น ขายได้ทั้ง 10 ชิ้น Conversion Rate เท่ากับ 100%

ถ้าลิสต์สินค้า 10 ชิ้น ขายได้ 5 ชิ้น Conversion Rate เท่ากับ 50%

ถ้าลิสต์สินค้า 100 ชิ้น ขายได้ 33 ชิ้น Conversion Rate เท่ากับ 33%

ถ้ามี Listing Fee $0.55 แต่มี Conversion Rate 33% ต้นทุนค่า Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นจะเท่ากับ $0.55 x (1 / 0.33) = $1.67

ดังนั้นสมการของ Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นคือ

Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น = (Insertion Fee ต่อหนึ่งลิสต์ + Upgrade Fee ต่อหนึ่งลิสต์) x (1 / Conversion Rate)

Final Value Fee

ค่า Final Value Fee หรือค่าธรรมเนียมจากราคาสุดท้าย เป็นค่าธรรมเีนียมที่ eBay จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาขายสินค้า โดยเริ่มต้นที่ 8.75% สำหรับราคาขายที่ไม่เกิน $25

ตารางค่าธรรมเนียม Final Value Fee

ตารางค่าธรรมเนียม Final Value Fee

PayPal Fee

ค่าธรรมเนียมการรับเงินผ่าน PayPal สำหรับผู้ค้าชาวไทยจะเริ่มต้นที่ 3.9% + $0.30 แต่ถ้ายอดขายต่อเดือนเพิ่มมากขึ้นจนถึงอัตราที่กำหนด PayPal จะลดส่วน 3.9%?ซึ่งเป็นต้นทุนผันแปรลง แต่ส่วน $0.30 ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ (ค่าตัดบัตรเครดิต) จะไม่เปลี่ยน

ค่าธรรมเนียม PayPal

ค่าธรรมเนียม PayPal

Withdrawal Fee

ค่าถอนเงินจาก PayPal กลับมาเป็นเงินบาทนั้นมีอัตราที่ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับยอดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ในที่นี้ผมจะใช้ที่ 2.5% ของราคาขายสินค้า (อ่านรายละเอียดได้ที่?ถอนเงินจาก PayPal อย่างไรให้ได้เงินมากที่สุด)

ตัวอย่างการคำนวณหากำไร

สมมุติว่าคุณกำัลังคิดจะขายพลอย โดยที่คุณมีต้นทุนค่าพลอยอยู่ที่เม็ดละ $20 หลังจากที่ใช้ Terapeak ทำให้รู้ว่าราคาขายเฉลี่ยของพลอยที่คุณจะขายอยู่ที่เม็ดละ $25 และมี Sell-Through 60% ถามว่าคุณควรจะขายพลอยใน eBay หรือไม่?

จากสมการ กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน?ในที่นี้คุณมีตัวเลขราคาขายเฉลี่ยอยู่แล้ว ที่ต้องคำนวณเพิ่มก็คือต้นทุนต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น

เริ่มจากคำนวณต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น ถ้าคุณลงประกาศขายด้วยราคาประมูลเริ่มต้นที่ $0.99 และไม่ใช้ Listing Upgrade เลย?คุณจะเสียค่า Listing Fee $0.55 ต่อหนึ่งลิสต์?คำนวณต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นเท่ากับ $0.92

Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น =?(Insertion Fee ต่อหนึ่งลิสต์ + Upgrade Fee ต่อหนึ่งลิสต์) x (1 / Conversion Rate)
= $0.55 x (1 / 60%)
= $0.55 x 1.67
= $0.92

ค่า Final Value Fee ในกรณีที่ขายสินค้าได้ราคา $25 = $25 x 8.75% = $2.19

ค่า PayPal Fee = ($25 x 3.9%) + $0.30 = $1.28

ค่า Withdrawal Fee = $25 x 2.5% = $0.63

รวมต้นทุนทั้งหมด

ต้นทุน = Listing Fee + Final Value Fee + PayPal Fee + Withdrawal Fee + ต้นทุนสินค้า
= $0.92 + $2.19 + $1.28 + $0.63 + $20
= $25.02

คำนวณกำไรออกมาได้เท่ากับ

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน
= $25 – $25.02
= -$0.02

จะเห็นได้ว่าผลออกมาคือขาดทุน ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วจะเห็นว่าส่วนต่างของราคาขาย ($25) กับต้นทุนสินค้า ($20) มีช่องว่างอยู่พอสมควร แต่พอคำนวณต้นทุนทั้งหมดรวมเข้าไปกลับกลายเป็นขาดทุนไปเลย

ถ้าคุณจะขายพลอยเม็ดนี้ให้ได้กำไร ก็ต้องหาทางลดต้นทุนค่าพลอยให้ต่ำกว่า $20 หรือไม่ก็ต้องมีกลยุทธ์ที่จะทำให้มีคนเข้ามาประมูลกันเยอะๆ เพื่อให้ราคาขายสูงขึ้นกว่า $25.02 ครับ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: