วิธีการคำนวณ ROMI (Return On Marketing Investment) อย่างง่าย

0

ในวันที่ ทุกๆสิ่งคือค่าใช้จ่ายของธุรกิจ แม้กระทั่งการโปรโมทสินค้าหรือบริการทางโลก Digital ของท่าน วันนี้ทางเราขอมานำเสนอ Trick ดีๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ในอนาคตได้ครับ


improve_chart

ROMI คืออะไร

แน่นอนว่าเมื่อแต่ละท่าน ได้ทำการลงทุนทางการตลาดไปแล้ว ก็ต่างต้องการผลตอบแทนในด้านใดด้านหนึ่งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการวัดในแง่ของ รายได้ (Sales Revenue) ในด้านการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) หรือการเข้าถึงแคมเปญการตลาดของท่าน (Reach) ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ ผมเชื่อว่าท่านนักการตลาดทุกคนจะมีสิ่งที่คาดหวังอยู่ในใจอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพของการตลาดก็คือ ROMI (Return on Marketing Investment) หรือที่เรียกว่า “ค่าตอบแทนจากการลงทุนการตลาด” นั่นเอง

ROMI ต่างกับ ROI ทั่วๆไปอย่างไร

หลายๆท่านอาจจะสับสนระหว่าง ค่า ROI (Return on Investment) ที่น่าจะคุ้นเคยกันดี กับ ROMI ที่ผมได้พูดถึงไปข้างต้นนั้น ซึ่งแท้จริงค่า ROMI ก็เป็นส่วนหนึ่งของค่า ROI นี่แหละแต่สำหรับนักการตลาดนั้น ผมเชื่อว่าการคิดผลตอบแทนแบบ ROMI จะสะท้อนถึง ประสิทธิภาพ หรือการลงทุนทางการตลาดโดยตรงมากกว่านั่นเอง

มาถึงตรงนี้หลายๆท่านอาจจะสงสัยแล้วว่า ค่า ROMI ที่ผมได้กล่าวถึงนั้น มีวิธีการคำนวณอย่างไร ซึ่งผมจะสรุปง่ายๆดังนี้ครับ

(ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น x กำไรส่วนเกิน) – ค่าใช้จ่ายทางการตลาด / ค่าใช้จ่ายทางการตลาด

หมายเหตุ: กำไรส่วนเกิน คือ รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายผันแปร (Variable Cost)

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากสูตรดังกล่าวข้างต้น ท่านจะต้องคำนวณ ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางตลาดของท่าน ให้ได้ค่อนข้างแม่นยำ เพื่อที่จะสามารถนำไปคำนวณ ROMI ได้อย่างใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด
ทั้งนี้หากนักการตลาดท่านไหนต้องการที่จะวัดผล อย่างอื่นที่แตกต่างออกไปนอกจากการวัดผลรายได้แล้ว ท่านเพียงแค่ เปลี่ยนโจทย์ในวงเล็บแล้วมาคิดคำนวณ ROMI ได้เลยโดยที่ไม่ยุ่งยากในการหารเครื่องมืออื่นใด

ROMI กับการนำไปใช้

หลังจากที่ได้ค่านี้แล้ว ผมเชื่อแน่ว่าค่า ROMI น่าจะเป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจของท่านไม่น้อยก็มาก ซึ่งท่านสามารถนำเก็บเป็นข้อมูลในการดำเนินงานของบริษัทหรือร้านค้าของท่านได้ หรือ แม้แต่นำไปเป็น KPIs ในการประเมินฝ่ายการตลาดของท่านได้อีกด้วย

ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าท่านลองนำเทคนิคที่ทางเรานำมาฝากในวันนี้ ไปลองปรับใช้ในธุรกิจของท่านดู ไม่แน่อาจจะเป็น Competitive Advantage ในการประเมินและการต่อยอดธุรกิจของท่านก็เป็นได้ และสุดท้ายอยากฝากว่าอยากให้มองว่า “Marketing is an investment, not an expense” ครับ

Comments

comments

Share.

About Author

ผู้สนใจเกี่ยวกับการตลาด การบริหารธุรกิจ เทคโนโลยี IT มีความฝันที่จะแบ่งปันความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้สนใจทั่วไปต่อๆไป

Comments are closed.

%d bloggers like this: