พลิก 4 คัมภีร์รบ มาร์เก็ตติ้งยุคโลว์คอสท์

0

พีอาร์ อีเวนท์มาร์เก็ตติ้ง เซลโปรโมชั่น และ Buzz Marketing จะเป็น 4 พลิกคัมภีร์รบที่วัดผลยอดขายได้จริง และเหมาะเจาะในยุคที่ทุกอย่างต้อง "โลว์คอสท์"??นอกจาก "ลด แลก แจก แถม" นาทีนี้คงไม่มีเครื่องมือไหนที่ฮอตฮิตสำหรับสินค้าและบริการ เพราะเห็นผลทันตา สร้างความหวือหวาทันใจ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงได้ว่าเงินที่ละลายไปกับกิจกรรมการตลาดแต่ละแนว ยิ่งยุคเงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะลอ แรงซื้อนิ่ง ยิ่งต้องคิดหนักกับลวดลายการตลาดที่เชื่อมตรงถึงงบการเงิน

ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหนเมื่อเศรษฐกิจและการตลาดทำท่าว่าจะ "ขาลง" 4 เครื่องมือชั้นยอดที่นักการตลาดต้องหยิบนำมาใช้หนีไม่พ้น "ลด แลก แจก แถม" แต่สำหรับนาทีนี้ที่ยุคสมัยเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน แนวทางเดิมๆ ถ้าไม่ดูเชย ก็หาความแตกต่างจากคู่แข่งได้ยาก วันนี้ลูกเล่นทางการตลาดจึงพัฒนามาอีกขั้น แม้จะไม่ใหม่นักทีเดียว และเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่รายย่อย "ทุนน้อย" มักจะนำมาใช้ให้เกิดผล แต่ในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนี้รายกลางถึงใหญ่ "ทุนหนา" ก็ต้องพลิกเกมมาเล่นสไตล์นี้ด้วยเหมือนกัน

1 ใน 4 ไม้เด็ดที่เหมาะเจาะกับสถานการณ์วันนี้ มี พีอาร์ (Public Relation) เป็นตัวยืน เพราะเป็นเครื่องมือที่นักการตลาดเกือบทุกคนนำมาใช้ โดยเป็นหนึ่งในเครื่องมือ IMC (Integrated Marketing Communication) ในวงกว้าง

เพียงแต่การตลาดยุคโลว์คอสท์ครั้งนี้การใช้ IMC ในภาพกว้างอาจไม่ได้ผลดังใจนัก หากปรับเป็นพีอาร์ภายใต้ คอนเซปต์ IMC? หรือ พีอาร์ เชิงมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น แทนที่จะทำเฉพาะพีอาร์เชิงภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว

อีเวนท์ มาร์เก็ตติ้ง (Event Marketing) ในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าเครื่องมือตัวนี้ เพราะแม้จะเป็นการลงทุนที่สูงกว่าพีอาร์ และ อีก 2 ตัวที่จะกล่าวจากนี้ แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้เงินน้อยกว่าโฆษณาผ่านแมสมีเดีย และได้ผลตอบรับเชิงยอดขายที่ดีกว่า

ถัดมาเป็นการส่งเสริมการขาย หรือ Sale Promotion ยุคนี้ต้อง "เร็ว แรง กระชับ (ไม่เยิ่นเย้อ)" และมักจะทำกันในระยะเวลาสั้น ๆ กรณีของโออิชิ กับแคมเปญ ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊งค์ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการนำเครื่องมือตัวนี้มาใช้อย่างได้ผล

ท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ Buzz Marketing โดยภายใต้คอนเซปต์นี้จะมีไดเร็ค มาร์เก็ตติ้งเป็นตัวช่วย เพื่อให้เกิดแรงบอกต่อที่แรง และกว้าง

"ทั้ง 4 แนวทาง ต้องทำไปพร้อมกัน ขาดอย่างใดอย่างนี้การตลาดที่ทำไปอาจไม่ได้ผล" ภูสิต เพ็ญสิริ กูรูการตลาดบอกไว้

นิยมนำมาใช้กันแล้ว และเชื่อว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ภาพยนตร์เรื่อง " 4 แพร่ง" ทำได้ดีภายใต้เงื่อนไขนี้? จากการดึงผู้กำกับ 4 คน ซึ่งมีแฟน ๆ ที่ติดตามผลงาน มารวมเป็นหนึ่งในเรื่อง ซึ่งแต่ละคนการันตีมาแล้วทั้งฝีมือและรายได้ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเสี่ยงทางการตลาดเป็นศูนย์

เมื่อฐานของแฟนที่ติดตามผลงาน บวกกับกำลังด้านพีอาร์ การตลาด และสร้างพลังของการบอกต่อ ด้วยการเข้าไปโพสต์กระทู้ให้ทุกคนได้เข้าไปอ่าน และแสดงความคิดเห็น เป็นแรงผลักดันชั้นยอดที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปถึง 70 ล้านบาทแล้ว

"ไอเอ็นจี" เป็นอีกตัวอย่างของการงัดไม้เด็ดดังกล่าวมาใช้ และก็ได้ผลดีเกินคาดเสียด้วย

จากการเสนอตัวเข้าเป็นหนึ่งในเมนสปอนเซอร์ทริปดูงานและธุรกิจที่ประเทศจีน สนนต้นทุนของการเป็นสปอนเซอร์ครั้งนี้ก็ไม่มากเพียงหลักแสนบาทกว่า ๆ ในการจัดกิจกรรมในบูธตลอดงาน ธุรกิจประกันภัยรายนี้กลับส

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: