ดอตคอมไทยมุ่งหาทางรอดต่างพากันปรับขบวน

0

นายปรเมศวร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบันฑิตเซ็นเตอร์ จำกัด ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์กระปุกดอตคอม www.kapook.com เผยว่าเว็บไซต์กระปุกดอตคอม กำลังเปลี่ยนจุดยืน หรือ โพสิชั่น จากการเป็นเว็บไซต์ท่า หรือ พอร์ทัลไซต์ ที่ทำหน้าที่รวบรวมเนื้อหาต่างๆ เข้ามาให้บริการกับผู้ใช้บริการมาสู่การให้บริการรูปแบบของเว็บ ไซต์เครือข่ายสังคม (Social Networking) โดยนำเทคโนโลยีเว็บ 2.0 มาใช้ในการพัฒนาตัวเว็บไซต์ให้ผู้ใช้บริการสามารถสร้างเนื้อหาและจัดหมวดหมู่เนื้อหา บนเว็บไซต์ขึ้นเอง ส่วนการติดต่อกับเว็บไซต์ของผู้ใช้บริการนั้นได้นำเทคโนโลยี เอแจ็ค มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ได้ง่ายแล ะสะดวก

นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีเว็บ 2.0 มาใช้งานยังช่วยให้สามารถนำเสนอเนื้อหาที่เป็นวิดีโอหรือมัลติม ีเดีย ได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น และมีเนื้อหาและบริการที่มีความหลากหลายมากขึ้น รองรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ มากขึ้น

นายปรเมศวร์ กล่าวต่ออีกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังทำให้รูปแบบโครงสร้างร ายได้เปลี่ยนตามไปด้วย โดยคาดว่ากระปุกดอตคอมจะมีรายได้จากการโฆษณาผ่านทางออนไลน์เติบ โตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรูปแบบการโฆษณาที่หลากหลายมากขึ้น โดยต่อไปสามารถนำโฆษณาบนทีวีมาโฆษณาผ่านเว็บไซต์ได้ทันที

นอกจากนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดลองให้บริการกระปุกกุ๊กกิ๊ก หาเพื่อน หาแฟน โดยผู้ใช้บริการสามารถส่งข้อความสั้นหากันในกลุ่มได้ ซึ่งกระปุกดอดคอมจะมีรายได้จากการใช้บริการของสมาชิก โดยต่อไปจะพัฒนาให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งข้อความผ่านเว็บไซต์ โดยใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นช่องทางเก็บค่าบริการจากลูกค้า

นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังพันทิปดอตคอม www.pantip.com กล่าวว่า การแข่งขันในการให้บริการเว็บไซต์ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการรุกเข้ามาของเว็บไซต์ต่างชาติ ซึ่งในส่วนของพัพทิปดอตคอมเอง ก็พยายามปรับตัว โดยนำเสนอบริการใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาบริการสนทนาผ่านทางออนไลน์ ที่มีลักษณะคล้ายกับ เอ็มเอสเอ็น หรือ บริการด้านเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต หรือ ว้อยท์โอเว่อร์ไอพี (VOIP) ขึ้นมาให้บริการสมาชิก พร้อมกับไปการพัฒนาความเร็วในการเรียกข้อมูลของผู้ใช้บริการ และความมาเสถียรภาพของเว็บไซต์

ด้านแหล่งข่าวจากเว็บไซต์ www.mthai.com ในเครือโมโนกรุ๊ป กล่าวว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจดอตคอมทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง หลังจากชะลอตัวไป 5-6 ปี เมืองไทยเลยได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเติบโตของธุรกิจดอตคอม ทำให้ปีนี้จะเห็นการขยายเข้ามาของเว็บไซต์ใหญ่ๆจากต่างประเทศค่ อนข้างมาก อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของไทยเองต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการแ ข่งขัน เพราะลำพังเงินทุน และเทคโนโลยี เว็บไซต์ของไทยสู้ต่างชาติไม่ได้เลย โดยเฉพาะเงินทุนสำคัญสุด

ส่วนเว็บไซต์เอ็มไทยดอตคอมซึ่งวางโพสิชั่นตัวเองเป็นเว็บไซต์วั ยรุ่นนั้น ที่ผ่านมาแบรนด์ค่อนข้างติดตลาด กลยุทธ์ที่นำมาใช้ คือรักษาฐานสมาชิกเอาไว้เพื่อให้สมาชิกที่เข้ามารู้สึกได้รับบร ิการใหม่ๆ ทุกวัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาบริการในรูปแบบของวีดีโอ เพื่อรองรับการเติบโตของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์

“ต่อไปเว็บไซต์ไทยถ้าไม่ทำใหญ่ ก็ทำแบบเล็กๆ เจาะเฉพาะกลุ่ม มีเป้าหมายชัดเจน เราคงไม่ทำเสริช์เอ็นจิ้งแข่งกับกูเกิล ไม่ทำฟรีอีเมล์แข่งกับฮอตเมล์”

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผุ้จัดการ บริษัทตลาดดอตคอม จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ซื้อขายสินค้า www.tarad.com และซื้อขายสินค้ามือสอง www.thaisecondhand.com กล่าวว่าเว็บไซต์ต่างชาติขยายธุรกิจเข้ามาในไทย และภูมิภาคนี้อย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบกับเว็บไซต์ไทยทั้งรายเล็ก-รายใหญ่อย่างแน่นอน เนื่องจากเว็บไซต์ต่างชาติเหล่านี้มีความพร้อมทั้งด้านเงินทุน และเทคโนโลยี ซึ่งเว็บไซต์ของไทยจะต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้ โดยสิ่งที่บริษัทตลาดดอตคอมกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือการปรับธุรกิจไปสู่ออฟไลน์ อาทิ การจัดอบรมสัมมนา การเปิดสำนักพิมพ์ สำหรับการจัดทำสิ่งพิมพ์ด้านอึคอมเมอร์ซ เพื่อต่อยอดสู่ผู้ให้บริการอี-คอมเมอร์ซ แบบครบวงจร หรือ วันสต็อปเซอร์วิส

ที่มา : http://www.arip.co.th/2006/news.php?id=406598

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: