ของเล่นชิ้นใหม่ออก ของพี่บิลเกต ชาวaStore เตรียมหาเงินกันดีครับ

0

มวยคู่ใหม่ Ipod ปะทะ Zune (อ่าน 49/ตอบ 0)
มวยคู่ใหม่ Ipod ปะทะ Zune

รู้จักกับ Zune ก่อน

บิลล์ เกตส์เคยปรามาส iPod ว่าเป็นของเด็กเล่นไม่น่าจะเป็นอะไรที่จีรังยั่งยืน แต่ในปลายนี้ทางบริษัท Microsoft ก็ได้เตรียมเปิดตัวเครื่องเล่น MP3 ของตัวเองอย่างเป็นทางการ ลองถ้ามีชื่อของไมโครซอร์ฟแล้วคงต้องมีอะไรดีๆ แน่นอน โดยเครื่องเล่น MP3 ที่ทางไมโครซอร์ฟเตรียมเปิดตัวนั้นมีชื่อ อย่างเป็นทางการว่า Zune กำหนดขายราวปลายเดือนพฤศจิกายน ด้วยสนนราคาราวๆ 249 เหรียญ ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่าราคาระดับนี้จะมีคุณสมบัติอะไรบ้างอยู่ในตัวเมื่อเทียบกับแชมป์เก่าอย่าง iPod

Zune
iPod 30GB

ราคา
249 USD
249 USD

หน่วยความจำภายใน
30 GB
30 GB

Wi-Fi
Yes
No

ระบบแชร์ไฟล์
Yes
No

การแสดงผลแนวนอน
Yes
No

วิทยุ FM
Yes
No

เปลี่ยนแปลง Theme
Yes
No

ขนาดหน้าจอ
3?
2?

ระบบควบคุม Scroll Wheel
No
Yes

ระบบควบคุม Tactile Control
Yes
No

ระบบซื้อเพลง
Zune Marketplace
iTunes

เล่นเพลงผ่าน Podcast
Yes
Yes

Online Tag
Zunetag
No

การเชื่อมต่อกับ XBOX
Yes
Yes* (ผ่านโปรแกรมเสริม)

น้ำหนัก
5.6 ออนซ์
4.8 ออนซ์

ไฟล์ที่สนับสนุน
MP3, Zune Marketplace (Protected), AAC, WMA,JPEG,WMV, MPEG-4, H.264
MP3, iTunes (Protected), AAC, AIFF, WAV(uncompress), AA, JPEG, BMP, MPEG-4, H.264

ตารางข้างบนจะเห็นว่าสิ่งที่ไมโครซอร์ฟเพิ่มเข้ามาสำหรับเครื่อง Zune ก็คือ Wi-Fi, FM Tuner, ขนาดหน้าจอ 3?

อนาคตของเครื่องเล่น iPod และ Zune

ความสามารถของเครื่องเล่นเพลง

ที่ผ่านมาทาง Apple ได้ถือว่าเป็นเจ้าของตลาดของ MP3 Player เลยทีเดียว สิ่งที่ทำให้เครื่อง iPod แตกต่างและได้รับความนิยมก็คือ การดีไซน์ที่เครื่องมีขนาดเล็กและบางกว่าคู่แข่ง ระบบควบคุมที่ใช้เพียงนิ้วเดียวก็สามารถเลือกและเล่นเพลงได้ทันที ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ดังนั้นคู่แข่งที่จะออกเครื่อง MP3 เพื่อมาแข่งขันจะต้องหาอะไรที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นจอภาพที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือการเชื่อมต่อต่างๆ

เครื่อง Zune ของไมโครซอร์ฟจะเน้นความแตกต่างโดยเอา Wi-Fi มาใส่ไว้ ทำให้เครื่องสามารถที่จะดาว์โหลดเพลงได้โดยไม่ต้องไปเสียบเข้ากับสาย USB ไม่ว่าจะเป็นการดาว์โหลดผ่านเครื่อง PC หรือ การดาว์โหลดตรงจากบริการ Market Place ของไมโครซอร์ฟ และอีกความสามารถที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะถูกใส่มาในเวอร์ชั่นนี้เลยไหม ก็คือการโอนเพลงระหว่างเครื่อง Zune ในรูปแบบ Peer to Peer ยกตัวอย่างเช่น เราไปเจอเพื่อน แล้วเห็นเพื่อนฟังเพลงที่เราชอบแต่ไม่มี ก็สามารถกดส่งให้เพื่อนได้เลย ความสามารถอันนี้ยังไม่มีค่ายเพลงไหนเห็นด้วยเลย เพราะเป็นช่องทางให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงได้ง่าย

สิ่งที่ถือว่าเป็นโจทย์ยากของทางไมโครซอร์ฟ ก็คือการที่ใส่ความสามารถเยอะๆ เข้ามาในเครื่องของตัวเอง จะเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับลูกค้าหรือเปล่า บางกลุ่มชอบความแปลกใหม่ในการใช้ และบางกลุ่มชอบความง่ายในการใช้งานเท่านั้นเอง

ตลาดเพลงออนไลน์

ภายหลังจากที่ iPod ได้ทำให้วงการเพลงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยทาง iPod ได้เปิดตลาดเพลงออนไลน์ใช้ชื่อว่า iTunes บริการบนเว็บไซต์นี้จะเป็นการเปิดดาวน์โหลดเพลงอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยตอนนี้เปิดบริการไปแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และจากสถิติที่มีการบันทึกไว้ มีการซื้อเพลงไปแล้วมากกว่า 400 ล้านเพลง จากเพลงที่มีอยู่ในระบบถึง 1 พันล้านเพลงเลย ในประเทศญี่ปุ่นภายหลังจากเปิดบริการ iTunes เพียงสัปดาห์แรกก็มีผู้ดาวน์โหลดเพลงไปแล้วกว่า 1 ล้านเพลง นี่เป็นจุดที่ทำให้เครื่อง iPod ขายดีตามไปด้วย

เพราะรายได้จากการทำตลาดเพลงออนไลน์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไมโครซอร์ฟ เข้ามาสู่ธุรกิจนี้ด้วย แต่เดิมไมโครซอร์ฟก็มีบริการซื้อเพลงออนไลน์อยู่แล้วเพียงแต่ต้องเล่นผ่านเครื่อง PC หรือซื้อผ่านเครื่อง Xbox360 เท่านั้น เลยไม่ค่อยได้รับความนิยมในการใช้งาน แต่พอมีเครื่อง Zune ทางไมโครซอร์ฟก็นำเอาระบบที่มีอยู่มาจัดการเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยใช้ชื่อว่า Zune Market Place หลักการก็เหมือนกับระบบ iTunes แต่ต่างกันที่ทางไมโครซอร์ฟ จะนำเอา WMA, WMV มาเป็นมาตรฐานในการส่งเพลงออนไลน์

สิ่งที่แตกต่างกันอยู่ตอนนี้ก็คือฐานลูกค้า ถ้าทางไมโครซอร์ฟจะทำให้เครื่องเล่นของตัวเองให้ดังได้ ก็ต้องรีบเปิดช่องทางในการขายเพลง รวมไปถึงจำนวนเพลงที่มีในระบบให้มากขึ้นเทียบเคียงได้กับทาง Apple และทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนลูกค้าที่ใช้ iPod อยู่เดิมมาใช้งาน Zune แต่ต้องอย่าลืมว่ายังมีฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่เลยที่มีการซื้อขายเพลงบนบริการของ iTunes อยู่แล้ว

อุปกรณ์เสริมและการเชื่อมต่อ

เดี๋ยวนี้ทุกคนคงจะเห็นแล้วว่าตลาดของเครื่องเล่น iPod ในไทยนั้นขยายอย่างมาก ทั้งเรื่องของหูฟังที่มียี่ห้อดีๆ รุ่นใหม่ๆ ออกมาตลอด, ลำโพงตัวใหญ่สำหรับพกพาเวลาไปไหนมาไหน, สายสัญญาณสำหรับเล่นวีดีโอ ออกจอทีวี, เครื่องโน้ตบุ๊ค ที่มีช่องสำหรับต่อ iPod โดยเฉพาะ แต่กว่าจะมีอุปกรณ์เสริมเยอะขนาดนี้ ก็ต้องอาศัยเวลานานพอสมควร แต่ถ้ามองกลับกันทางไมโครซอร์ฟจะได้เปรียบเวลาเอาเครื่อง Zune ของตัวเองไปต่อเข้ากับสิ่งอื่นๆ เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Media Center Vista หรือ Xbox360 ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าโมโครซอร์ฟไม่ได้มาแค่ Zune อย่างเดียวแน่ คงจะบวกความสามารถเข้ากับระบบปฏิบัติการของตัวเองให้มากกว่าการสนับสนุนเครื่อง iPod อย่างแน่นอน

การสนับสนุนจากค่ายเพลงและค่ายหนัง

ทาง iPod ไม่ได้เน้นตลาดด้านวีดีโอมากเท่าที่ควร ดูได้อย่างจุดขายของบริการ iTunes จะเน้นเรื่องเพลงอย่างเดียวเท่านั้น และทาง Apple ได้เซ็นต์สัญญาเรื่องหนังกับ Disney เจ้าเดียว ถ้าเทียบกับทางไมโครซอร์ที่มีค่ายหนังอย่าง Twentieth Century Fox Film Corp, Paramount Pictures, Sony Pictures Entertainment, Universal Picture, Warner Bros, Lions Gate Entertainment Corp. และ MGM Pictures. ส่วนรายการทีวีก็มีโปรแกรมจากทาง A&E, Animal Planet, BBC, Biography Channel, Cartoon Network และอื่นๆ อีกมาก

ถ้าต้องเลือกระหว่าง iPod กับ Zune จะเลือกอะไร

พอมาถึงตรงนี้แล้วเราคงมีคำถามกันในใจว่าระหว่างเครื่องสองยี่ห้อนี้จะเลือกอะไร ผมขอให้มองให้ดีก่อนว่าเรามีความต้องการใช้งานลักษณะไหน เราต้องการฟังเพลงอย่างเดียว หรือเราต้องการที่จะดูหนังจากเครื่องด้วย เพราะยังไงเครื่องเล่นพวกนี้จำเป็นต้องไปกับเราทุกที่ จะซื้อมาเพื่อเสียบสายชาร์ตนั่งอยู่กับที่เพื่อฟังเพลงดูหนังมันก็ไม่ค่อยจะคุ้มค่าใช่ไหมครับ ส่วนเรื่องว่าเอาไปใช้กับเครื่องอะไรได้บ้าง ใช้กับเครื่องเล่นเกมส์ได้ไหม ไม่น่าจะเป็นปัจจัยหลักสำหรับการใช้งาน

แล้วการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ล่ะจำเป็นไหม ตอนนี้ไม่จำเป็นหรอกครับ ในไทยระบบ Wi-Fi ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย และยังเป็นการใช้งานในลักษณะการใช้งานภายในออฟฟิตหรือบ้านเท่านั้น การที่จะเอาเครื่องแชร์เพลงกันระหว่างเพื่อนยังไม่เกิดภายในเร็วๆ นี้แน่นอน

ดังนั้นถ้าคิดจะซื้อเครื่องอย่าเพิ่งจ่ายเงินซื้ออนาคตที่ยังไม่เกิด เลือกซื้อเครื่องที่มีความสามารถเท่ากับที่ตัวเองต้องการก็พอแล้วครับ

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: