กูเกิล จุดพลุ"GoogleHealth"ไม่มีโฆษณา

0

กูเกิล (Google) ยอมรับว่าเป็นผู้ให้ข้อมูลสมาชิกผู้โพสต์ข้อความหยาบคายแก่ตำรวจเมือง Pune ประเทศอินเดียจริง ส่งผลให้สมาชิกรายนี้ถูกจับกุมและดำเนินคดีไม่ต่างจากกรณีที่ยาฮูเคยให้ข้อมูลแก่ตำรวจจีน ตัวแทนยาฮูยืนยันรักษาเสรีภาพของผู้ใช้เต็มที่แล้วแต่ต้านทานกฏหมายไม่ไหว ล่าสุดเปิดตัวบริการ Google Health บริการเก็บข้อมูลสุขภาพบนอินเทอร์เน็ตจากกูเกิลที่รอคอยกันมานาน ไม่มีการขายโฆษณาใดๆอย่างที่ซีอีโอกูเกิลเคยยืนยัน

จนมุมกฎหมาย

ประชาสัมพันธ์ของกูเกิลให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ถูกตำรวจอินเดียจับกุมนั้นเป็นสมาชิกบริการเครือข่ายสังคมในเครือกูเกิลนาม Orkut ชายดังกล่าวใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งมีไอพีแอดเดรส (IP address) ที่ตรวจสอบพบว่ามีการโพสต์ข้อความหยาบคายละเมิด Sonia Gandhi ประธานพรรค Indian National ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดในอินเดีย

กูเกิลยืนยันว่าได้พยายามสนับสนุนให้เกิดเสรีภาพและปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างที่สุดแล้ว แต่กูเกิลก็ไม่ต่างจากบริษัททั่วไปที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของท้องที่นั้นๆ โดยเฉพาะคำสั่งศาลหรือหมายเรียกตัว

ที่ผ่านมา กูเกิลและบริษัทอินเทอร์เน็ตรายอื่นล้วนเคยได้รับคำสั่งให้ส่งเบาะแสผู้โพสต์ข้อความผิดกฎหมายบ่อยครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลายคนมองว่าการให้ข้อมูลสมาชิกใดๆถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่น่าให้อภัย ขณะที่หลายคนมองว่า การให้เบาะแสส่งผลดีมากกว่าผลเสีย คนร้ายถูกจับกุมไม่ใช่ลอยนวลไม่รู้ร้อนหนาว ในบางกรณีอาจนำไปสู่การจับกุมอาชญากรหรือขบวนการก่อการร้ายได้

สำหรับกรณีของกูเกิลในอินเดีย ผู้ช่วยคณะกรรมการตำรวจเมือง Pune นาม Netaji Shinde ให้สัมภาษณ์ว่าชายที่ถูกจับกุมมีชื่อว่า Rahul Krishnakumar Vaid เป็นมืออาชีพด้านไอทีในเมือง Gurgaon ใกล้กับกรุงเดลี ถูกจับกุมในข้อหาทำผิดกฎหมายพ.ร.บ.ไอทีปี 2000 มาตรา 67 ว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลบนโลกดิจิตอลในทางที่ผิด คุณตำรวจไม่เปิดเผยเนื้อหาข้อมูลที่ Vaid โพสต์ ระบุเพียงว่ามีการดำเนินการลบบทความดังกล่าวออกจากเว็บไซต์แล้ว

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

หน้าเว็บไซต์ Google Health

ได้ฤกษ์ Google Health

เป็นไปตามที่ซีอีโอกูเกิล อิริก ชมิดท์ (Eric Schmidt) เคยชี้แจงเมื่อเดือนมีนาคม บริการเก็บข้อมูลสุขภาพบนอินเทอร์เน็ตจากกูเกิลนาม Google Health พร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้ทั่วโลกโดยไม่มีโฆษณา ยังคงเป็นเวอร์ชันทดลองหรือ beta อยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวอเมริกันที่เกิดช่วงปี 1940-1960

จุดเด่นของบริการ Google Health คือการจัดการข้อมูลด้านสุขภาพให้ผู้ใช้ เช่น ตารางการกินยา การเตือนให้ผู้ใช้ทราบถึงผลของการใช้ยาร่วมกัน หรือให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยโรคนี้มีโอกาสแพ้ยาชนิดใด ที่สำคัญ ผู้ใช้ Google Health ในสหรัฐฯยังสามารถค้นหาชื่อแพทย์และสถานพยาบาลในบริเวณใกล้เคียงผ่าน Google Maps ได้

ผู้ใช้บริการ Google Health สามารถใช้งานด้วยชื่อบัญชีเดียวกับบริการ Gmail ได้ โดยต้องกรอกประวัติด้านสุขภาพก่อนจึงสามารถใช้งานคุณสมบัติอื่นๆได้ เช่นโรคประจำตัว ประวัติการใช้ยา การฉีดวัคซีน การผ่าตัด ผลการเจาะเลือด ฯลฯ สามารถเก็บใบสั่งยาหรือเอกสารของโรงพยาบาลในแบบดิจิตอล หรือเลือกโหลดข้อมูลจากบริการข้อมูลสุขภาพออนไลน์แห่งอื่นก็ได้ การฝากข้อมูลสำคัญเหล่านี้ไว้กับกูเกิลทำให้หลายคนลังเลใจ และกลัวว่าความเป็นส่วนตัวจะถูกทำลาย

การที่กูเกิลไม่ดึงโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้องจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นใน Google Health กูเกิลต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่าข้อมูลการใช้ยาของลูกค้าจะไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจผ่านนักการตลาดแน่นอน และเพื่อรักษาความปลอดภัย กูเกิลจะเก็บข้อมูลสุขภาพบนโฮสต์ที่แยกต่างหากจากระบบให้บริการสืบค้นข้อมูล จุดนี้ มาริสสา เมเยอร์ (Marissa Mayer) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของกูเกิลยืนยันว่า ระบบรักษาความปลอดภัยใน Google Health นั้นอยู่ในระดับแน่นหนาที่สุดของกูเกิลแล้ว

แต่กระนั้น นักสิทธิมนุษยชนอย่าง Deborah Peel ผู้ก่อตั้งองค์กรปกป้องสิทธิผู้ป่วย PatientPrivacyRights.org มองว่า ความเสี่ยงในการนำข้อมูลสำคัญเหล่านี้เข้าสู่โลกออนไลน์ผ่านบริการ Google Health ยังมีสูงมาก ระบุด้วยว่าไมโครซอฟท์ (Microsoft) นั้นเคยเข้ามาปรึกษาองค์กรของเธอเมื่อครั้งออกแบบระบบ HealthVault ซึ่งเป็นบริการเก็บข้อมูลสุขภาพออนไลน์เช่นกัน โดยไมโครซอฟท์ตกลงที่จะตรวจสอบความเป็นส่วนตัวของระบบเป็นประจำ คาดว่าการตรวจสอบครั้งแรกของ HealthVault จะเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายนนี้

ไมโครซอฟท์นั้นเปิดตัวบริการเก็บข้อมูลสุขภาพออนไลน์ในชื่อ HealthVault มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมก่อตั้งเอโอแอลอย่าง Steve Case ที่แถลงข่าวหนุนบริการ Revolution Health ซึ่งให้บริการเก็บข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลเช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้แนวคิดการเก็บข้อมูลสุขภาพออนไลน์เป็นที่น่าสนใจ เพราะสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่พบว่า ผู้ใช้นิยมสืบค้นข้อมูลคำแนะนำในการรักษาโรคมากมายเหลือเกิน ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยจำนวนมากมองว่า ประวัติการรักษานั้นควรเป็นสมบัติของตัวเองมากกว่าจะเป็นสมบัติของโรงพยาบาล ผู้ป่วยควรมีสิทธิในการจัดการข้อมูลสุขภาพเหล่านี้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นเรื่องง่ายและมีประโยชน์มากหากมีการเปลี่ยนโรงพยาบาลในอนาคต

บทความนี้ได้มาจาก : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000058578

Comments

comments

Share.

About Author

ทีมงาน MarketingByte.com ที่คอยเจาะลึก วิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ มาเพื่อบริการข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์เพื่อคนไทย ติดตามเราทาง Social Media : www.facebook.com/marketingbyte หรือ www.twitter.com/mktbyte

Leave a Reply

%d bloggers like this: